มิตซูบิชิ ฯ ร่วมโครงการ “Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า”

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือโครงการสิ่งแวดล้อม “Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายสังคมคาร์บอนสมดุล

สารบัญ

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือโครงการสิ่งแวดล้อม “Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายสังคมคาร์บอนสมดุล

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) กับกระทรวงสาธารณสุข การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) เพื่อริเริ่มโครงการด้านสิ่งแวดล้อม “Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” โดย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะทำหน้าที่ในการติดตั้งระบบ แผงพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ แผงโซลาร์ เพื่อช่วยผลิตพลังงานไฟฟ้าให้แก่โรงพยาบาลชุมชนต่างๆ ในพื้นที่ ทั่วประเทศ

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือโครงการสิ่งแวดล้อม “Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายสังคมคาร์บอนสมดุล

 

ภายใต้ความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) ในระยะต้นของโครงการนี้ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทุ่มงบประมาณ 60 ล้านบาท เพื่อใช้ในการติดตั้ง และส่งมอบระบบแผงโซลาร์ ซึ่งครอบคลุมถึงการดูแลรักษารายปี ให้แก่โรงพยาบาลชุมชนรวม 40 แห่ง ทั่วประเทศ ภายในปี 2575 โดยการติดตั้งแผงโซลาร์ดังกล่าว จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 25 ปี โครงการ Solar for Lives นี้ คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ของโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการได้ถึงกว่า 17,300 ตัน ในระยะเวลา 10 ปี จากนี้ นอกจากนี้ ยังช่วยโรงพยาบาลแต่ละแห่งที่เข้าร่วมโครงการลดค่าไฟได้มากถึง 400,000 บาทต่อปี

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือโครงการสิ่งแวดล้อม “Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายสังคมคาร์บอนสมดุล

 

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะส่วนหนึ่งของสังคมไทย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อยากเห็นคนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น ดังนั้น โครงการ ‘Solar for Lives’ จึงได้ริเริ่มขึ้น ตามแนวทางการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ของเราที่ว่า “สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย” ผ่านหลักสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การศึกษา สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ โครงการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้น ด้วยการสนับสนุนช่วยเหลือโรงพยาบาลชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมทั้งดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นเพื่อเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีทิศทางในการสนับสนุนช่วยเหลือสังคมที่ชัดเจน และมุ่งหน้าดำเนินกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนสมดุล เราได้ติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาโรงงานที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี โดยมีเป้าหมายที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ลดลงมากกว่า 6,100 ตันต่อปี รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด จากการศึกษาการประเมินการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตามวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment – LCA) ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านโครงการ ‘ปลูกป่า 60 ปี 60 ไร่’ ด้วย”

จากแนวทางคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข การคัดเลือกโรงพยาบาลชุมชนที่จะได้รับการติดตั้งแผงโซลาร์ ขึ้นอยู่กับความต้องการและโครงสร้างทางกายภาพของโรงพยาบาลเหล่านั้นเป็นสำคัญซึ่ง โรงพยาบาลน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น จะเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของโครงการที่จะมีการติดตั้งแผงโซลาร์

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือโครงการสิ่งแวดล้อม “Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายสังคมคาร์บอนสมดุล

 

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “โรงพยาบาลต่างๆ มีการใช้พลังงานจำนวนมากในการให้บริการทางการแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยโรงพยาบาลในชุมชนมีแนวโน้มการขยายการให้บริการตามแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service plan) ของโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงโดยสะดวกของประชาชน อย่างไรก็ตาม การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับโรงพยาบาลชุมชนในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการบริการและโอกาสในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่ดีได้ ดังนั้น โครงการนี้ จึงสามารถช่วยสนับสนุนภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขได้อย่างชัดเจน ด้วยการสร้างแหล่งพลังงานที่มีความยั่งยืนให้แก่โรงพยาบาล อีกทั้งยังสามารถส่งเสริมเป้าหมายยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการนำพาประเทศไทยก้าวไปสู่สังคมคาร์บอนสมดุลด้วย”

นายสุทธิพงษ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือภายใต้โครงการ “Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” กฟผ. ได้สนับสนุนการดำเนินการ พร้อมให้คำแนะนำเชิงเทคนิคเกี่ยวกับการบำรุงรักษาเซลล์แสงอาทิตย์ รวมถึงสนับสนุนกระบวนการออกใบรับรองสิทธิในการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate หรือ REC) ซึ่ง กฟผ. ได้รับสิทธิ์ให้เป็นผู้ดำเนินการซื้อขายสิทธิ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพียงรายเดียวของประเทศไทย เพื่อรองรับความต้องการของบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งต้องการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานสีเขียว (กลุ่มบริษัท RE100) นอกจากนี้ในอนาคต กฟผ. จะร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ต่อไปด้วย

ทั้งนี้ กฟผ. พร้อมผลักดันเป้าหมายของประเทศไทยที่มุ่งสู่พลังงานสะอาดและได้กำหนดนโยบายมุ่งสู่ “EGAT Carbon Neutrality” ภายในปี ค.ศ. 2050 ภายใต้กลยุทธ์ “Triple S” คือ 1.Sources Transformation ด้วยการกำหนดสัดส่วนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยบูรณาการนวัตกรรมด้านพลังงานหมุนเวียนให้สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับเขื่อนพลังน้ำและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ มีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 5,325 เมกะวัตต์ ในปี พ.ศ. 2580 2.Sink Co-creation หรือการดูดซับเก็บกักคาร์บอนอย่างมีส่วนร่วม อาทิ กฟผ. พร้อมพันธมิตรตั้งเป้าปลูกป่าจำนวน 1 ล้านไร่ ภายใต้โครงการปลูกป่า 1 ล้านไร่อย่างมีส่วนร่วม ภายในระยะเวลา 10 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2565 – 2574 และ 3.Support Measures Mechanism คือ กลไกการสนับสนุนโครงการชดเชยและหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นรูปธรรม โดย กฟผ. ดำเนินโครงการส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความต้องการใช้ไฟฟ้าและช่วยหลีกเลี่ยงการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตไฟฟ้า อาทิ โครงการฉลากเบอร์ 5

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือโครงการสิ่งแวดล้อม “Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายสังคมคาร์บอนสมดุล

 

สำหรับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) ในฐานะอีกหนึ่งพันธมิตรของโครงการจะให้การสนับสนุนความร่วมมือด้านเทคนิคและวิชาการเกี่ยวกับ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และให้ข้อมูลของกระบวนการและหลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER)

นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กล่าวถึงบทบาทและภารกิจขององค์การว่า “อบก. เป็นองค์กรสนับสนุนหลักในการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกให้ประเทศไทย มุ่งสู่เศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน (Driving Ambition for Carbon Neutrality) โดยมีการผนึกกำลังความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคท้องถิ่น/ชุมชน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศตามเจตนารมณ์ภายใต้ความตกลงปารีส และเป็นหน่วยงานให้การรับรองคาร์บอนเครดิตเพียงองค์กรเดียวในประเทศ ซึ่ง อบก. ได้พัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) หรือ “โครงการ T-VER” ขึ้น เพื่อเป็นกลไกในการส่งเสริมให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศ ซึ่ง อบก. จะเป็นผู้ให้การขึ้นทะเบียนโครงการ และรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลด/กักเก็บได้ ในหน่วย “ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า” หรือเรียกว่า “คาร์บอนเครดิต” โดยสามารถนำไปแลกเปลี่ยน หรือ ซื้อ-ขาย เพื่อนำไปใช้ในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากองค์กร งานอีเวนต์ ผลิตภัณฑ์ หรือบุคคลได้

ทั้งนี้ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการส่งมอบและติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ ให้กับโรงพยาบาลชุมชน ระหว่างบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการส่งเสริมให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับท้องถิ่น และยังเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าให้กับโรงพยาบาลชุมชนอีกด้วย ซึ่งกิจกรรมนี้สามารถพัฒนาเป็นโครงการ T-VER และขอรับรองคาร์บอนเครดิตได้”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในการสร้างสังคมคาร์บอนสมดุล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น และด้วยนโยบายดังกล่าว มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 40% จากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ และจากการดำเนินธุรกิจของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น และการเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 50% จากยอดจำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิทั้งหมดในปี พ.ศ. 2573

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ ที่อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสาคาม

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ ที่อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสาคาม

 

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในด้านเครือข่ายผู้จำหน่าย พร้อมส่งมอบความมั่นใจในด้านบริการหลังการขายภายใต้มาตรฐาน ‘เราดูแล คุณแค่ขับ’ ด้วยการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ บริษัท มิตซูนานามหาสารคาม จำกัด (สาขาโกสุมพิสัย) ในจังหวัดมหาสารคาม ด้วยความร่วมมือกับ บริษัท มิตซูนานามหาสารคาม จำกัด เพื่อขยายการให้บริการแก่ลูกค้าในเขตอำเภอโกสุมพิสัยและพื้นที่ใกล้เคียงที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความมั่นใจด้วยเจ้าหน้าที่ผู้มีประสบการณ์และอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อให้ลูกค้าทุกคนมั่นใจได้ทุกครั้งเมื่อขับขี่รถยนต์ มิตซูบิชิ

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ ที่อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสาคาม

 

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งที่สามในจังหวัดมหาสารคามนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งได้รับความนิยมและการสนับสนุนที่เพิ่มมากขึ้นจากลูกค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อมุ่งเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ตลาดที่สำคัญต่างๆ ทั่วประเทศไทย เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งอีกแห่งในจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งอย่าง บริษัท มิตซูนานามหาสารคาม จำกัด โดยโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่นี้จะมีบทบาทที่สำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้เราจะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อการพัฒนาคุณภาพในด้านการบริการ พร้อมมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียม และความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าของเราต่อไป”

นอกจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีมีคุณภาพแล้ว โชว์รูมและศูนย์บริการ มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ ยังได้คำนึงถึงสุขอนามัยและความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ ด้วยการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ได้แก่ การตรวจวัดอุณหภูมิลูกค้าก่อนเข้าศูนย์บริการ พนักงานที่ใกล้ชิดลูกค้าจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส หมั่นเช็ดทำความสะอาดภายในโชว์รูมและศูนย์บริการโดยเฉพาะจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง ตลอดจนการทำความสะอาดภายในห้องโดยสารก่อนส่งมอบ หลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าทุกท่านจะได้รับความปลอดภัยและมีสุขภาพดีแข็งแรงเมื่อมาใช้บริการที่โชว์รูมและศูนย์บริการ มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ ที่อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสาคาม

 

บริษัท มิตซูนานามหาสารคาม จำกัด (สาขาโกสุมพิสัย) พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าทุกท่านด้วยบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม ครบครันด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย โดยภายในศูนย์บริการฯ แห่งใหม่นี้ยังตกแต่งด้วยดีไซน์ใหม่ภายใต้แนวคิดกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก ‘Drive your Ambition’ ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการดูแลจากเจ้าหน้าที่ผู้มีประสบการณ์สูงจำนวน 17 ท่านที่ได้ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่พร้อมส่งมอบการบริการที่ดีที่สุด รวมทั้งการให้คำแนะนำสำหรับการซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ คันใหม่ และการซ่อมบำรุงรถยนต์ มิตซูบิชิ คันปัจจุบันให้แก่ลูกค้าทุกท่าน

และเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ทาง มิตซูนานามหาสารคาม สาขาโกสุมพิสัย ยังได้ร่วมฉลองโอกาสสำคัญนี้ ด้วยการขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจเลือกให้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ดูแลตลอดทุกเส้นทาง ผ่านแคมเปญ “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย ฉลอง 60 ปี แจก 60 ล้าน” มอบรางวัลใหญ่ ทองคำแท่งหนัก 60 บาท มูลค่า 1,638,000 บาท จำนวน 6 รางวัล พร้อมของรางวัลอื่นๆ อาทิ ทองคำแท่งหนัก 6 บาท จำนวน 60 รางวัล ทีวี SAMSUNG รุ่น QLED Smart 4K 65 นิ้ว จำนวน 400 รางวัล และ โทรศัพท์มือถือ iPhone 12 64GB จำนวน 800 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 60 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2564

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ ที่อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสาคาม

 

มิตซูนานามหาสารคาม สาขาโกสุมพิสัย ตั้งอยู่บนเลขที่ 2 หมู่ 23 ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม 44140 โดยลูกค้าทุกท่านสามารถติดต่อโชว์รูมและศูนย์บริการเพื่อนัดหมายขอทดลองขับหรือจองคิวเข้ารับบริการได้ที่ โทร. 043 750 235

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยกระดับทักษะนักศึกษาอาชีวศึกษาผ่านการปฏิบัติงานจริง มอบเครื่องยนต์เพื่อการเรียนรู้แก่วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มอบเครื่องยนต์ให้แก่แผนกช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี จำนวน 11 เครื่อง ณ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี เพื่อยกระดับทักษะนักศึกษาอาชีวศึกษาผ่านการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานด้วยเครื่องยนต์จริง ทั้งจากภาคทฤษฏีและปฏิบัติเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ของนักเรียนอาชีวะสาขาเทคนิคเครื่องกลสู่ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) เพื่อเตรียมตัวพัฒนาสู่บุคลากรที่เปี่ยมคุณภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต่อไป

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยกระดับทักษะนักศึกษาอาชีวศึกษาผ่านการปฏิบัติงานจริง มอบเครื่องยนต์เพื่อการเรียนรู้แก่วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี

 

ทั้งนี้ เครื่องยนต์ที่บริษัทฯ บริจาคทั้ง 11 เครื่อง ประกอบไปด้วยเครื่องยนต์จากรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นต่างๆ อาทิ ไทรทัน ปาเจโร มิราจ แอททราจ และเอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้เครื่องยนต์จากหลากหลายรุ่นรถยนต์ที่แตกต่างกัน ทั้งยังเป็นการช่วยเพิ่มอุปกรณ์การเรียนการสอนด้านเครื่องกลให้กับวิทยาลัยเทคนิคชลบุรีให้มีปริมาณเพียงพอกับจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มมากขึ้น โดยทางวิทยาลัยเทคนิคชลบุรีจะนำเครื่องยนต์ที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มอบให้มาใช้เป็นเครื่องมือประกอบการเรียนการสอนในภาคปฏิบัติสำหรับ 3 วิชาหลัก ได้แก่ (1) วิชาวิเคราะห์ปัญหายานยนต์ (2) วิชาระบบควบคุมเครื่องยนต์ดีเซลด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และ (3) วิชาระบบฉีดเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์ ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เพื่อยกระดับทักษะนักศึกษาอาชีวศึกษาผ่านการเรียนรู้และปฏิบัติจากเครื่องยนต์ของจริง

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยกระดับทักษะนักศึกษาอาชีวศึกษาผ่านการปฏิบัติงานจริง มอบเครื่องยนต์เพื่อการเรียนรู้แก่วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี

 

การบริจาคครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในโครงการด้านการศึกษา ภายใต้ปณิธานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม “สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย” และเนื่องในโอกาสที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ดำเนินธุรกิจครบ 60 ปี ในประเทศไทย ในปีนี้ บริษัทฯ ได้มีการจัดตั้ง “มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ขึ้นในฐานะองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรมีจุดมุ่งหมายในการดำเนินโครงการเพื่อสังคมใน 3 ด้านหลักสำคัญ ได้แก่ 1) สิ่งแวดล้อม 2) สุขภาพและชีวอนามัย 3) การศึกษาและจริยธรรม โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เดินสายมอบเครื่องยนต์นวัตกรรมใหม่ให้แก่วิทยาลัยเทคนิค ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ อาทิ วิทยาลัยเทคนิคแพร่ วิทยาลัยเทคนิคพะเยา วิทยาลัยเทคนิคชัยภูมิ วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย วิทยาลัยเทคนิคเพชรบุรี วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ วิทยาลัยเทคนิคระยอง และเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) เป็นต้น ทั้งยังมอบเครื่องยนต์มิตซูบิชิ นวัตกรรมใหม่พร้อมแท่นตั้งเครื่องให้แก่ โรงเรียนพระดาบสอีกด้วย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้มีการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนด้านการศึกษา อาทิ โครงการ “MMTh VTECH Scholarship Program 2021” มอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาระดับชั้นอุดมศึกษา โดยร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โครงการ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้น้องได้เรียน มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีผลการเรียนดีเด่น ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โครงการนักศึกษาฝึกงานประจำปี โดยร่วมกับ มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ และการมอบแผงโซลาร์เซลล์ พร้อมด้วยอุปกรณ์แปลงไฟให้แก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน เป็นต้น

ข่าวรถวันนี้ : รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม เยี่ยมชมบูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38

มร. โมะริคาซุ ชกกิ (ที่ 4 จากซ้าย) ประธานคณะกรรมการบริษัท บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย มร. เออิอิชิ โคอิโตะ (ที่ 6 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมต้อนรับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (ที่ 5 จากซ้าย) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะ ร่วมชมบูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 ณ อาคารชาลเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

 

 

ในโอกาสนี้ คณะผู้บริหาร มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้นำเสนอรถยนต์ระดับตำนาน 3 รุ่น ได้แก่ สามล้อรุ่น ‘ลีโอ’ ซึ่งเป็นรถยนต์มิตซูบิชิคันแรกที่วางจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2504 ปาเจโร รุ่นปี 1985 รถยนต์ที่คว้าชัยในการแข่งขันประเภทรวมโอเวอร์ออลครั้งแรกในรายการ ดาการ์ แรลลี่ และมีชื่อเสี่ยงโด่งดังในฐานะแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรายแรกที่สามารถคว้าชัยชนะครั้งใหญ่มาครองได้สำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 2528 และ แลนเซอร์ ดับบลิวอาร์ซี 05 รถยนต์รุ่นสุดท้ายที่เข้าร่วมรายการแข่งขันแรลลี่ชิงแชมป์โลกเมื่อปี พ.ศ. 2548 ซึ่งรถยนต์ระดับตำนานเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่ผ่านมาในอดีตของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้งในตลาดรถยนต์เชิงพาณิชย์และสนามการแข่งขันแรลลี่ระดับโลก ด้วยประวัติศาสตร์แห่งชัยชนะในฐานะแชมป์จากการแข่งขันสุดโหดในระดับโลกหลากหลายรายการ ดีเอ็นเอด้าน ‘สมรรถนะชั้นยอด’ ‘ความแข็งแกร่งทนทาน’ และ ‘ความสะดวกสบาย’ ของรถยนต์เหล่านั้น ได้ถูกถ่ายทอดและส่งต่อมายังรถยนต์ของมิตซูบิชิในรุ่นปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมต่อสมรรถนะในการขับขี่บนท้องถนนจริง และนอกจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไปแล้ว เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าของมิตซูบิชิยังได้รับดีเอ็นเอที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งปลอดภัย สนุก และ สะดวกสบาย ให้แก่ผู้ขับขี่ รวมทั้งยังเป็นมิตรต่อโลกด้วยการลดหรือไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกด้วย

 

 

นอกจากนี้ คณะผู้บริหาร มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และคณะรัฐมนตรี ยังได้ร่วมชมการสาธิตระบบปลั๊กอินไฮบริด หรือ พีเอชอีวี ของค่ายรถยนต์มิตซูบิชิ ที่จัดแสดงภายในบูธ โดยระบบพีเอชอีวีดังกล่าวใช้เทคโนโลยี EV สมรรถนะสูงที่ทางมิตซูบิชิได้พัฒนาขึ้นในรถยนต์ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี และด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่และระบบขับเคลื่อนแบบสี่ล้อ หรือ Super All-Wheel Control (S-AWC) ช่วยให้รถยนต์ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี มีพลังงานไฟฟ้าเพียงพอสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ผสาน 2 พลังงานทั้งน้ำมันและไฟฟ้า พร้อมมอบพื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวาง ให้ผู้ขับขี่เต็มที่ไปกับพลังงานทั้ง 2 รูปแบบได้อย่างดีที่สุด

และจุดสุดท้ายที่ทางคณะผู้บริหารและคณะรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมก่อนร่วมถ่ายภาพ คือจุดจัดแสดง มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รถยนต์เอสยูวี พีเอชอีวี รุ่นแรกของโลก และเป็นรถยนต์พีเอชอีวี สัญชาติญี่ปุ่นรุ่นแรกที่ถูกผลิตโดยคนไทย ที่ศูนย์การผลิตในประเทศไทย ซึ่งรถยนต์รุ่นดังกล่าว ได้ผสานความเป็นรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เข้ากับดีเอ็นเอระดับตำนานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้งความเป็นรถยนต์เอสยูวีระดับตำนานที่ไร้คู่ต่อกร และวิวัฒนาการของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ รถยนต์มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ถูกจัดแสดงอยู่ที่บูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส พร้อมกับรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นใหม่ล่าสุด

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และมูลนิธิฯ รับใบประกาศเกียรติคุณในฐานะองค์กรผู้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในงานวันสถาปนากรมป่าไม้ ครบรอบ 125 ปี พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย มร. โมะริคาซุ ชกกิ ประธานคณะกรรมการ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ ประธาน มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย พร้อมด้วย มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด รับใบประกาศเกียรติคุณ ผู้ช่วยเหลือราชการกรมป่าไม้ สาขาส่งเสริมและพัฒนาป่าชุมชน ประจำปี พ.ศ. 2564
จากกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องในงานวันสถาปนากรมป่าไม้ ครบรอบ 125 ปี

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และมูลนิธิฯ รับใบประกาศเกียรติคุณในฐานะองค์กรผู้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในงานวันสถาปนากรมป่าไม้ ครบรอบ 125 ปี พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

“รัฐมีป่า ประชามีสุข ยุควิถีใหม่”

รางวัลดังกล่าวมอบให้เพื่อเชิดชูเกียรติของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และมูลนิธิฯ ที่สนับสนุนการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ สร้างความรู้ความเข้าใจในด้านการจัดการทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อมในชุมชน ตลอดจนพัฒนาพื้นที่สาธารณะประโยชน์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านป่าไม้และนันทนาการ ซึ่งบริษัทฯ และมูลนิธิฯ ได้ผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกจากประกาศและความเห็นชอบของคณะกรรมการการคัดเลือก นำโดย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และมูลนิธิฯ รับใบประกาศเกียรติคุณในฐานะองค์กรผู้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในงานวันสถาปนากรมป่าไม้ ครบรอบ 125 ปี พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

มร. โมะริคาซุ ชกกิ ประธานคณะกรรมการ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ ประธาน มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า “เรารู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนสำคัญของสังคมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยเราได้จัดตั้ง “มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งใน
พันธสัญญาระยะยาวที่เราจะขับเคลื่อนสังคมไทยให้เติบโตไปข้างหน้า ซึ่งความทุ่มเทของเราต่อการใส่ใจสิ่งแวดล้อมนั้น สอดคล้องกับหนึ่งใน 3 แกนหลักสำคัญของมูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้แก่

  1. ด้านสิ่งแวดล้อม
  2. ด้านสุขภาพและชีวอนามัย และ 3) ด้านการศึกษาและจริยธรรม ซึ่งรางวัลที่เราได้รับในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของเราที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยเพื่อความเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน”

“และในโอกาสพิเศษครบรอบ 60 ปี ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย เราได้จัดโครงการ “ปลูกป่า 60 ไร่” โดยผนึกพลังความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงาน ได้แก่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กรมป่าไม้ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เติมความสมบูรณ์สู่ป่าที่ชุมชนบ้านอ่างกระพงศ์ อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี จำนวน 20 ไร่ และ อีก 40 ไร่ ที่ชุมชนบ้านนางาม อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมและสำนึกรักผืนป่าให้แก่ชาวบ้านในชุมชนจากรุ่นสู่รุ่น ได้ช่วยกันปลูกและดูแลรักษาผืนป่าให้คงความอุดมสมบูรณ์ โดยจุดประสงค์ของการปลูกป่าในครั้งนี้ เกิดจากพันธกิจของเราที่มุ่งมั่นจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ และต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อ ทั่วทั้งภูมิภาค ในด้านการรักษาสมดุลของธรรมชาติรวมถึงรักษาแหล่งกักเก็บน้ำได้อย่างสมบูรณ์”

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดอย่างเต็มที่ โดยโครงการปลูกป่าดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในโครงการความริเริ่มของบริษัทฯ ที่จะช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในอากาศ ควบคู่ไปกับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาของศูนย์การผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี รวมถึงเปิดตัวรถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดสัญชาติญี่ปุ่นรุ่นแรกที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งจากการศึกษาการประเมินการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตามวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment – LCA) ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น พบว่า ตราบจนปัจจุบัน รถยนต์ประเภทปลั๊กอินไฮบริดเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เมื่อพิจารณาปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่เฉพาะจากปลายท่อไอเสียรถยนต์ แต่หมายรวมถึงทั้งกระบวนการการผลิตทั้งหมด ทั้งจากการผลิตกระแสไฟฟ้า และจากกระบวนการการผลิตรถยนต์อีกด้วย

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สร้างความแข็งแกร่งในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง เปิดโชว์รูมใหม่ ย่านลาดกระบัง-กิ่งแก้ว กรุงเทพมหานคร

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สร้างความแข็งแกร่งในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง เปิดโชว์รูมใหม่ ย่านลาดกระบัง-กิ่งแก้ว กรุงเทพมหานคร

 

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด สร้างความแข็งแกร่งในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งมั่นขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อมอบประสบการณ์และการบริการที่ดีที่สุดในระดับพรีเมียมให้แก่ลูกค้าด้วยเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยได้ร่วมมือกับ บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด เปิดตัวโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ที่ย่านลาดกระบัง-กิ่งแก้ว กรุงเทพมหานคร ภายใต้ชื่อ บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด (สาขาลาดกระบัง-กิ่งแก้ว) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายการบริการให้แก่ลูกค้าที่พักอาศัยอยู่ในย่านลาดกระบังและกิ่งแก้ว รวมทั้งพื้นที่ในเขตใกล้เคียง พร้อมมุ่งมั่นในการส่งมอบยานยนต์คุณภาพและการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สร้างความแข็งแกร่งในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง เปิดโชว์รูมใหม่ ย่านลาดกระบัง-กิ่งแก้ว กรุงเทพมหานคร

 

บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด ถือเป็นหนึ่งในเครือข่ายผู้จำหน่ายที่เติบโตเร็วที่สุดของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย โดยปัจจุบันมีสาขาที่เปิดให้บริการรวมทั้งสิ้น 4 สาขา ที่พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าทั้งในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ได้แก่ สาขาปากเกร็ด สาขารัชดา สาขาปทุมธานี และล่าสุดสาขาลาดกระบัง-กิ่งแก้ว  มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ที่ย่านลาดกระบัง-กิ่งแก้ว เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมให้แก่ลูกค้าตลอดระยะเวลาของการเป็นเจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ ด้วยทำเลที่ตั้งที่ยอดเยี่ยมและครบครันด้วยอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย โดยโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่นี้ ยังมีบทบาทที่สำคัญในการส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมพร้อมสร้างความแตกต่างให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้เราจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการให้บริการของเราต่อไป เพื่อส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง”

นอกจากการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีมีคุณภาพแล้ว โชว์รูมและศูนย์บริการ มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ ยังได้คำนึงถึงสุขอนามัยและความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ ด้วยการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ได้แก่ การตรวจวัดอุณหภูมิลูกค้าก่อนเข้าศูนย์บริการ พนักงานที่ใกล้ชิดลูกค้าจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส หมั่นเช็ดทำความสะอาดภายในโชว์รูมและศูนย์บริการโดยเฉพาะจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง ตลอดจนการทำความสะอาดภายในห้องโดยสารก่อนส่งมอบหลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าทุกท่านจะมีความปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดีเมื่อมาใช้บริการที่โชว์รูมและศูนย์บริการ มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สร้างความแข็งแกร่งในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง เปิดโชว์รูมใหม่ ย่านลาดกระบัง-กิ่งแก้ว กรุงเทพมหานคร

 

บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด (สาขาลาดกระบัง-กิ่งแก้ว) ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 3 ไร่ โดยเป็นศูนย์บริการแบบครบวงจรที่เพียบพร้อมด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย ดำเนินงานโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและฝ่ายบริการหลังการขายที่มีประสบการณ์ มีความชำนาญ พร้อมมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า โดยภายในโชว์รูมแห่งใหม่นี้สามารถจัดแสดงรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นต่างๆ ได้มากถึง 5 คัน มีพื้นที่สำหรับให้บริการซ่อมบำรุงพร้อมอุปกรณ์ที่ครบครันมากถึง 10 ช่องซ่อม และยังสามารถให้บริการซ่อมสีและตัวถังแก่ลูกค้าได้อีกด้วย โชว์รูมแห่งใหม่นี้ยังมีพนักงานที่พร้อมให้บริการลูกค้าในด้านต่างๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 45 ท่าน ที่ได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐานและพร้อมให้บริการแก่ลูกค้าเพื่อมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่มุ่งมั่นยกระดับการให้บริการเพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า พร้อมความสะดวกสบายในการให้บริการแบบ ‘วันสต็อปเซอร์วิส’ และเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ทาง บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด (สาขาลาดกระบัง-กิ่งแก้ว) ยังได้ร่วมฉลองโอกาสสำคัญนี้ พร้อมขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อและใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ ด้วยแคมเปญ “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย ฉลอง 60 ปี แจก 60 ล้าน” มอบรางวัลใหญ่ ทองคำแท่งหนัก 60 บาท มูลค่า 1,638,000 บาท จำนวน 6 รางวัล พร้อมของรางวัลอื่นๆ อาทิ ทองคำแท่งหนัก 6 บาท จำนวน 60 รางวัล ทีวี SAMSUNG รุ่น QLED Smart 4K 65 นิ้ว จำนวน 400 รางวัล และ โทรศัพท์มือถือ iPhone 12 64GB จำนวน 800 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 60 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2564

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สร้างความแข็งแกร่งในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง เปิดโชว์รูมใหม่ ย่านลาดกระบัง-กิ่งแก้ว กรุงเทพมหานคร

 

บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด (สาขาลาดกระบัง-กิ่งแก้ว) ยังเป็นหนึ่งในโชว์รูมและศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่พร้อมจำหน่าย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี และให้บริการแก่ลูกค้า รวมทั้งยังติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ และเครื่องชาร์จกระแสไฟฟ้าเพื่ออำนวยความสะดวก ทั้งนี้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ถือเป็นรถพีเอชอีวีที่ขายดีที่สุดในโลก ที่ไม่ได้จำกัดแค่เพียงการเป็นรถยนต์พลังงานทางเลือกเท่านั้น แต่ยังสามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม พร้อมความสะดวกสบาย และสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้าอีกด้วย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ตอกย้ำการเป็นผู้นำรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดอีกครั้งด้วยยอดจำหน่ายสูงที่สุดในยุโรป พร้อมยอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกกว่า 290,000 คัน เมื่อสิ้นสุดเดือนสิงหาคมปี 2564 ที่ผ่านมา บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด (สาขาลาดกระบัง-กิ่งแก้ว) พร้อมให้บริการลูกค้าทุกท่านแล้วด้วยบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม โดยภายในโชว์รูมและศูนย์บริการยังตกแต่งด้วยดีไซน์ใหม่มาตรฐานเดียวกันทั่วโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อให้สอดคล้องกับ อัตลักษณ์และกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก ‘Drive your Ambition’

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สร้างความแข็งแกร่งในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง เปิดโชว์รูมใหม่ ย่านลาดกระบัง-กิ่งแก้ว กรุงเทพมหานคร

 

บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส จำกัด (สาขาลาดกระบัง-กิ่งแก้ว) ตั้งอยู่ที่เลขที่ 888 หมู่ 14 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 โทร. 0-2738-5448

ข่าวรถวันนี้ :  มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าโครงการนักศึกษาฝึกงาน เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ร่วมงานกับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลก

 

ข่าวรถวันนี้ :  มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าโครงการนักศึกษาฝึกงาน เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ร่วมงานกับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลก

 

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย มร. เออิอิชิ โคอิโตะ (แถวบน ซ้ายสุด) กรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นประธานในพิธีเพื่อแสดงความยินดีและมอบรางวัลให้แก่นิสิตนักศึกษาฝึกงานที่สำเร็จหลักสูตรในโครงการนักศึกษาฝึกงานประจำปี 2564 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล (แถวบน ที่ 2 จากซ้าย) คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รองศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ชรินพาณิชกุล (แถวบน ที่ 3 จากซ้าย) รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อิทธิเศก นิลกำแหง (แถวบน ที่ 3 จากขวา) รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเทศและองค์กรสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รองศาสตราจารย์ ดร.เพชร เจียรนัยศิลาวงศ์ (แถวบน ที่ 2 จากขวา) รองคณบดีฝ่ายบริหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เปี่ยมภูมิ สฤกพฤกษ์ (แถวบน ขวาสุด) รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พร้อมด้วยผู้บริหารจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมเป็นเกียรติในพิธี โดยโครงการนักศึกษาฝึกงานนี้ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาระดับชั้นอุดมศึกษาจากทั่วประเทศได้เข้ามาฝึกงานร่วมกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำและส่งออกรายใหญ่ของประเทศไทย เพื่อเรียนรู้กระบวนการผลิตรถยนต์ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ส่งเสริมการนำความรู้จากห้องเรียนมาประยุกต์ใช้กับการลงมือปฏิบัติงานจริงโดยทำงานร่วมกับวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เตรียมความพร้อมสู่การทำงานในอนาคตภายหลังจบการศึกษา

 

ข่าวรถวันนี้ :  มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าโครงการนักศึกษาฝึกงาน เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ร่วมงานกับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลก

 

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในโอกาสที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ดำเนินธุรกิจครบ 60 ปีในประเทศไทยในปีนี้ เรายังคงมุ่งมั่นดำเนินโครงการ เพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ปณิธานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม “สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย” ทั้งยังได้มีการจัดตั้ง “มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ขึ้นในฐานะองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เพื่อมุ่งมั่นดำเนินงานด้านกิจกรรมเพื่อสังคมใน 3 ด้านหลักสำคัญ ได้แก่ 1) สิ่งแวดล้อม 2) สุขภาพและชีวอนามัย 3) การศึกษาและจริยธรรม เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย ร่วมขับเคลื่อนพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดย “โครงการนักศึกษาฝึกงาน” ถือเป็นโครงการภายใต้แกนหลัก “ด้านการศึกษาและจริยธรรม” ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในประเทศไทยได้เข้ามาเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง ในระหว่างภาคการศึกษากับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่บริษัทภาคภูมิใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเยาวชนไทยที่มีคุณภาพสู่สังคมไทย

“เราเชื่อว่า เป็นโอกาสดีที่นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติงานจริง ทำให้มีความรู้ในกระบวนการผลิตรถยนต์ ตลอดจนธุรกิจยานยนต์จากการฝึกงานจริงในภาคสนาม เรามั่นใจว่านักศึกษาที่ผ่านการฝึกงานที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะได้รับทั้งความรู้ ประสบการณ์การทำงานที่มีคุณภาพที่บริษัทฯ ได้มอบให้ รวมถึงยังได้เสริมสร้างศักยภาพของตัวเอง เพื่อให้มีทักษะสามารถนำกลับไปต่อยอดอาชีพในอนาคตได้ และบริษัทฯ ยินดีที่จะต้อนรับนักศึกษาฝึกงานที่สำเร็จการศึกษาแล้วกลับเข้ามาทํางานกับเราอีกด้วย” มร. โคอิโตะ กล่าวเพิ่มเติม.

 

ข่าวรถวันนี้ :  มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าโครงการนักศึกษาฝึกงาน เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ร่วมงานกับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลก

 

รองศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ชรินพาณิชกุล รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “ขอขอบคุณ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่ให้การสนับสนุนด้านการศึกษาแก่นิสิตนักศึกษาไทย การพัฒนานิสิตจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายไม่ได้เลย หากปราศจากการให้การสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรม ผมเชื่อว่านิสิตจะได้ฝึกฝนพัฒนาตนเอง รวมถึงได้เพิ่มทักษะที่สำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประกอบอาชีพที่ตอบรับกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต

 

มิตซูบิชิฯ เปิดโอกาสให้นักศึกษาร่วมงานกับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ

 

นางสาวศวิตา หาวิริยะ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “ดิฉันตั้งใจมาฝึกงานที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เพราะอยากนำความรู้ที่ได้จากการฝึกงานไปพัฒนาชมรมแมคคาทรอนิกส์ สำหรับโปรเจกต์หุ่นยนต์วิ่งตามเส้นตรวจจับเส้นทางโดยใช้เซนเซอร์ ดิฉันขอขอบคุณบริษัทฯ ที่จัดโครงการฝึกงานนี้ ทำให้พวกเราได้มาเรียนรู้การทำงานต่าง ๆ เพื่อที่จะพัฒนาตนเองต่อไป และถ้ามีโอกาสก็อยากจะกลับมาทำงานที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยค่ะ”

โครงการนักศึกษาฝึกงาน (MMTh Talent Internship Program) จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Ambition to Rise” โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ปัจจุบันมีนักศึกษาเข้าร่วมโครงการนักศึกษาฝึกงานไปแล้ว 36 คน มีจำนวนโครงการที่คิดค้นขึ้นทั้งหมด 32 โครงการ โดยโครงการนักศึกษาฝึกงานประจำปี พ.ศ. 2564 รอบเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมนี้ มีนักศึกษาเข้าร่วมจำนวน 9 คน จาก 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สำหรับนักศึกษาที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการโดยจะเปิดรับสมัครในเดือนมีนาคม และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยงานทรัพยากรบุคคลและบริหารทั่วไป โทรศัพท์ 0-3849-8000 ต่อ 8261 หรือ 8270

 

ข่าวรถวันนี้ : 5 เหตุผลที่ มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ เป็นซิตี้คาร์ที่เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ในยุคชีวิตวิถีใหม่

 

ข่าวรถวันนี้ : 5 เหตุผลที่ มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ เป็นซิตี้คาร์ที่เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ในยุคชีวิตวิถีใหม่

 

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้การใช้ชีวิต การทำงาน และการเดินทางสัญจรของเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การดำเนินชีวิตทั้งหมดของเรามีการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่เราเรียกว่า ‘ความปกติใหม่’ หรือ ‘New Normal’ เราต้องเพิ่มการป้องกันตนเองในด้านสุขอนามัย และการเว้นระยะห่างทางสังคมเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ พร้อมความเปลี่ยนแปลงในด้านการเดินทางสัญจร ที่ต้องหลีกเลี่ยงจากระบบขนส่งมวลชนที่ผู้ใช้บริการอย่างแออัด จึงส่งผลให้การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลมีความจำเป็นและสำคัญเพิ่มมากขึ้น และนี่คือ 5 เหตุผลที่ยืนยันว่าเพราะเหตุใด มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ จึงเป็นซิตี้คาร์ที่เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ในช่วงเวลาแบบชีวิตวิถีใหม่นี้

ข่าวรถวันนี้ : 5 เหตุผลที่ มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ เป็นซิตี้คาร์ที่เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ในยุคชีวิตวิถีใหม่

1. การเดินทางที่เหมาะสมในยุค ‘ชีวิตวิถีใหม่’

ถึงแม้ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่ชะลอตัว แต่การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลกลับมีความสำคัญมากขึ้นเนื่องจากมีความปลอดภัยและเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในยุค ‘ชีวิตวิถีใหม่’ ที่ผู้คนต่างต้องรักษาระยะห่างทางสังคม เพื่อตอบสนองความต้องการรถยนต์ส่วนบุคคลที่เพิ่มสูงขึ้น มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จึงขอแนะนำวิธีการเดินทางที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และคุ้มค่าด้วย มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ รถยนต์ซิตี้คาร์ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนเมืองในทุกช่วงอายุที่กำลังมองหาวิธีการเดินทางที่สะดวกสบายและคุ้มค่า มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ ได้รับการออกแบบให้ตัวรถมีขนาดรถที่พอเหมาะสม มีความคล่องตัว และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร DOHC พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ที่ให้ความประหยัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด

2. ครบครันด้วยสมาร์ทฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัย

มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ โดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกที่ครบครันสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์ ซิตี้คาร์ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับหน้าจอระบบสัมผัส Smartphone – Link Display Audio (SDA) ขนาด 7 นิ้ว ใหม่ ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและรองรับระบบแอปเปิล คาร์เพลย์ พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และการเชื่อมต่อด้วยระบบบลูทูธ มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ ยังครบครันและสะดวกสบายด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมายเทียบเท่ากับรถซีดานระดับบน อาทิ ระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ กล้องมองภาพหลังขณะถอยจอด กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ และระบบไฟหน้าอัตโนมัติ

มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ ครบครันด้วยเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย ได้แก่ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM-LS) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็วเฉพาะด้านหน้า (RMS-Forward) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) และระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL) มาพร้อมกับถุงลมนิรภัยคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า รวมถึงระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) และระบบเสริมแรงเบรก (BA) ซึ่งทำงานประสานกันเพื่อมอบความมั่นใจให้ผู้ขับขี่บนทุกเส้นทาง รถยนต์ทั้งสองรุ่นยังติดตั้งระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) อีกด้วย

ข่าวรถวันนี้ : 5 เหตุผลที่ มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ เป็นซิตี้คาร์ที่เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ในยุคชีวิตวิถีใหม่

3. มั่นใจได้ทุกการขับขี่

รถยนต์ทุกรุ่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มาพร้อมกับความมั่นใจทั้งในด้านคุณภาพ และค่าใช้จ่ายด้านบริการหลังการขายที่เหมาะสมภายใต้สโลแกน ‘เราดูแล คุณแค่ขับ’ ที่พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าด้วยผู้จำหน่ายทั่วประเทศกว่า 240 แห่ง ด้วยการให้บริการที่ได้มาตรฐาน คุณภาพอะไหล่แท้ ให้บริการด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญและผ่านการฝึกอบรม ตลอดจนความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ

พร้อมกันนี้ลูกค้ายังจะได้รับแพ็คเกจบริการหลังการขาย ‘Mitsubishi Service Package’ ประกอบด้วย ฟรีค่าบริการเช็คระยะ 5 ปี และฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี โดยบริษัทฯ พร้อมยกระดับมาตรฐานการให้บริการหลังการขายเพิ่มขึ้นด้วยการมอบการรับประกัน 5 ปี และฟรีค่าแรงอีก 5 ปี ให้เป็นการรับประกันมาตรฐาน หรือ มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยออฟชั่นพิเศษ โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพ Warranty Plus นานสูงสุดรวม 7 ปี เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้นด้วยค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ไม่แพง และราคาขายต่อที่เหมาะสม

 

ข่าวรถวันนี้ : 5 เหตุผลที่ มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ เป็นซิตี้คาร์ที่เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ในยุคชีวิตวิถีใหม่

 

4. รางวัลการันตีความสำเร็จ

มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ สามารถคว้ารางวัล รถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตู ราคาคุ้มค่ายอดเยี่ยม และรางวัล รถยนต์อีโคคาร์ ประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยม ตามลำดับ โดยรถยนต์ซิตี้คาร์ทั้งสองรุ่นยังคงครองตำแหน่งรถยนต์ที่ได้รับรางวัลดังกล่าวมากที่สุดในเซกเมนต์จากการประกวดรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีที่จัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเจ็ดรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2564 ที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้รับในปี 2564 นี้ ซึ่งครอบคลุมรถยนต์ทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่มุ่งมั่นนำเสนอรถยนต์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าชาวไทย ทั้งในด้านสมรรถนะ ความปลอดภัย และคุณภาพ

5. ร่วมกันช่วยเหลือสังคมของพวกเรา

ลูกค้าสามารถเลือกซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ ซิตี้คาร์ เพื่อการเดินทางที่คุ้มค่าพร้อมมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม เนื่องในโอกาสฉลองการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบ 60 ปี ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ลูกค้าทุกท่านสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของเราในแบบที่ยั่งยืน ด้วยการซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ ‘สเปเชียล เอดิชั่น’ โดยบริษัทฯ จะบริจาคเงินจำนวน 2,000 บาทต่อคัน เพื่อร่วมบริจาคเงินให้แก่องค์กรการกุศลต่างๆ ตามปณิธาน 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ ด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขอนามัยและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทย

 

ข่าวรถวันนี้ : 5 เหตุผลที่ มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ เป็นซิตี้คาร์ที่เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ในยุคชีวิตวิถีใหม่

 

มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ ยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและตอบโจทย์ทุกการใช้งานด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่าและครบครันทั้งในด้านเทคโนโลยีระบบความปลอดภัย อุปกรณ์อำนวยความสะดวก พร้อมด้วยความมั่นใจในการขับขี่และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยรถยนต์ซิตี้คาร์ทั้งสองรุ่นนี้ยังได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจและร่วมค้นหาความสำเร็จใหม่ๆ ภายใต้แนวคิดแบรนด์ระดับโลก ‘Drive your Ambition’

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ขอนำเสนอรถยนต์ซิตี้คาร์ทั้ง มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ รุ่นต่างๆ ดังนี้

ราคาจำหน่ายของมิตซูบิชิ แอททราจ

  • มิตซูบิชิ แอททราจ ACTIVE (M/T) 494,000 บาท
  • มิตซูบิชิ แอททราจ ACTIVE 529,000 บาท
  • มิตซูบิชิ แอททราจ Special Edition 543,000 บาท
  • มิตซูบิชิ แอททราจ SMART 584,000 บาท

ราคาจำหน่ายของมิตซูบิชิ มิราจ

  • มิตซูบิชิ มิราจ ACTIVE (M/T) 474,000 บาท
  • มิตซูบิชิ มิราจ ACTIVE 509,000 บาท
  • มิตซูบิชิ มิราจ Special Edition 523,000 บาท
  • มิตซูบิชิ มิราจ SMART 579,000 บาท

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ดัดแปลงมิตซูบิชิ ไทรทัน สนับสนุนภารกิจเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อการรักษาตัว

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สนับสนุนรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน จำนวน 3 คัน เพื่อร่วมภารกิจเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อเข้ารับการรักษาตัวที่ฮอสพิเทลและโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยรถกระบะดังกล่าว ได้ถูกดัดแปลงและติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น พร้อมระบบป้องกันเชื้อโรค โดยสามารถรองรับผู้โดยสารรวมถึงคนขับได้สูงสุดถึง 12 ที่นั่ง

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ดัดแปลงมิตซูบิชิ ไทรทัน สนับสนุนภารกิจเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อการรักษาตัว

 

รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ทั้ง 3 คัน ที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นรถสำหรับใช้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยในกรณีไม่ฉุกเฉิน เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการช่วยเหลือสังคมของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เพื่อการสนับสนุนโครงการ ‘เรื่องเล่าเช้านี้ ช่วยผู้ประสบภัยโควิด-19’ ซึ่งริเริ่มโดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าว ชื่อดังและผู้ก่อตั้งรายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ โดยจับมือกับพันธมิตรในเพจเฟซบุ๊ก อาทิ เพจ ‘เราต้องรอด’ ‘อีจัน’ และเพจ ‘เส้นด้าย’ เพื่อช่วยประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยให้เข้าสู่กระบวนการรักษา

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงดำเนินต่อไป เราตระหนักดีถึงความยากลำบากและความท้าทายที่เกิดขึ้น มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยืนหยัดอยู่เคียงข้างประเทศไทยมานานกว่า 60 ปี และเราจะร่วมกันเดินหน้าสู้กับไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ อย่างไม่หยุดยั้ง ผ่านการสนับสนุนและการมอบความช่วยเหลือหลากหลายด้าน ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้บริจาคหน้ากากอนามัย N95 น้ำดื่ม กระดาษลังเพื่อใช้ประกอบเตียงสนาม อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลให้แก่โรงพยาบาลหลายแห่ง”

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ดัดแปลงมิตซูบิชิ ไทรทัน สนับสนุนภารกิจเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อการรักษาตัว

 

รถกระบะที่ถูกดัดแปลง คือ มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นตอนเดียว ขับเคลื่อน 2 ล้อ เพื่อภารกิจการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ครั้งนี้ ได้รับการติดตั้งระบบป้องกันเชื้อโรค 4 ชั้น ท่อออกซิเจนมาตรฐานทางการแพทย์ และอุปกรณ์การแพทย์พื้นฐานอื่น ๆ ส่วนท้ายกระบะได้ถูกดัดแปลงเป็นห้องโดยสาร มีการติดตั้งเบาะนั่งที่รองรับสรีระอย่างเป็นธรรมชาติทั้งสองฝั่ง สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 10 คน ห้องโดยสารส่วนท้ายกระบะถูกติดตั้งอยู่บนโครงรถ (Chassis) ด้านหลังห้องโดยสารผู้ขับขี่ ทำจากเหล็กกล้า และอลูมิเนียมเกรดพิเศษที่มีความแข็งแรง ปลอดภัย ทนทานต่อแรงกระแทก

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ดัดแปลงมิตซูบิชิ ไทรทัน สนับสนุนภารกิจเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อการรักษาตัว

 

ด้วยกลไกระบบป้องกันเชื้อโรค 4 ชั้น ที่นอกจากจะมีการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ HEPA เครื่องผลิตโอโซน หลอดไฟฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวีซี แล้ว ยังมีการออกแบบผนังและเพดานของห้องโดยสารที่สร้างจากพลาสติกเสริมความแข็งแรงด้วยไฟเบอร์ที่ป้องกันแบคทีเรียตามมาตรฐาน ISO 22196 และ JIS Z 2801 พื้นผิวผ่านการทดสอบการปกป้อง และได้รับรองประสิทธิภาพสูงสุด มีอายุใช้งานอย่างน้อย 55 ปี ภายในห้องโดยสารเพียบพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานทางการแพทย์ อาทิ อุปกรณ์ช่วยหายใจ เครื่องวัดความดันโลหิตพร้อมเครื่องช่วยฟัง และถังออกซิเจน พร้อมกันนี้ การไหลเวียนอากาศระหว่างห้องผู้ขับขี่ส่วนหน้าและห้องผู้โดยสารส่วนท้ายถูกปิดผนึกอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งรถกระบะดัดแปลงทั้ง 3 คัน ดังกล่าว มีมูลค่ารวมจากการดัดแปลง พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ ทางการแพทย์และระบบป้องกันเชื้อโรคกว่า 3.7 ล้านบาท โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการส่งมอบรถกระบะดัดแปลงทั้ง 3 คัน ดังกล่าว ให้แก่ นายสรยุทธ นำโดย นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานขาย บริการหลังการขาย และการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย ในฐานะตัวแทนของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหาร จากบริษัทฯ อีกด้วย

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ดัดแปลงมิตซูบิชิ ไทรทัน สนับสนุนภารกิจเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อการรักษาตัว

 

นอกจากการสนับสนุนจัดหารถเพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังมอบบัตรเติมน้ำมัน เพื่อสนันสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับรถยนต์เพื่อการขนส่งผู้ป่วย ซึ่งก่อนหน้านี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ส่งรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน จำนวน 2 คัน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานรายวันเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ป่วยโควิด-19

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะยังคงยึดมั่นในปณิธานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม “สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย” ด้วยการสนับสนุนกิจกรรมด้านสาธารณสุขแก่ประเทศไทย โดยจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและให้การสนับสนุนกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มเติม ภายใต้แนวคิด “ร่วมด้วย ช่วยไทย” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ คนไทยที่จะต่อสู้และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นี้.

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ‘แพชชั่น เรด เอดิชั่น’เพื่อร่วมฉลองการครบรอบ 60 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย พร้อมบริจาครายได้ส่วนหนึ่งเพื่อการกุศลและตอบแทนสังคมไทย โดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ‘แพชชั่น เรด เอดิชั่น’ รุ่นพิเศษดังกล่าวนี้มีจำนวนการผลิตที่จำกัด

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ‘แพชชั่น เรด เอดิชั่น’เพื่อร่วมฉลองการครบรอบ 60 ปี

 

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าอย่างดีเยี่ยมและก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถยนต์อเนกประสงค์แบบเอ็มพีวี นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2561 โดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ทุกรุ่นมียอดจำหน่ายสะสมรวมกันแล้วมากกว่า 38,000 คัน ถือเป็นรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบทั้งในด้านการออกแบบและความทันสมัย ซึ่งเหมาะสำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความอเนกประสงค์ ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ความรู้สึกมั่นคงและความปลอดภัย รวมถึงความสะดวกสบาย และสมรรถนะการใช้งานในแบบรถเอสยูวี” ทั้งนี้ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ยังการันตีความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัลอันทรงเกียรติมากมายจากหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน อาทิ รางวัลรถอเนกประสงค์มินิเอ็มพีวีขายดียอดเยี่ยม 3 ปีซ้อนจากงานรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีของประเทศไทย รวมถึงรางวัลรถอเนกประสงค์เอ็มพีวีขนาดเล็กยอดเยี่ยมแห่งปีของประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ‘แพชชั่น เรด เอดิชั่น’เพื่อร่วมฉลองการครบรอบ 60 ปี

 

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยกระดับความโดดเด่นขึ้นไปอีกขั้นด้วยการแนะนำสีแดงใหม่ ‘Spirit Red’ ที่สะท้อนถึงความน่าตื่นเต้นในทุกการเดินทาง เพื่อร่วมฉลองการครบรอบ 60 ปี โดยสีแดงเป็นสีประจำบริษัทฯ ซึ่งแสดงถึงความสำเร็จและยังปรากฏอยู่บนสัญลักษณ์ ทรีไดมอนส์ สะท้อนถึงคุณภาพ ความตื่นเต้นเร้าใจ และความมุ่งมั่น มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ‘แพชชั่น เรด เอดิชั่น’ สร้างขึ้นเพื่อปลุกแรงบันดาลใจให้แก่ทุกไลฟ์สไตล์ให้สามารถเป็นไปได้ พร้อมขับผ่านทุกอุปสรรค ทั้งนี้ลูกค้าทุกท่านสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของเราในแบบที่ยั่งยืนได้ ด้วยการซื้อ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ‘แพชชั่น เรด เอดิชั่น’ รุ่นดังกล่าว โดย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะบริจาคเงินจำนวน 2,000 บาทต่อคัน และมอบให้แก่องค์กรการกุศล 3 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ, มูลนิธิรามาธิบดีฯ และมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อร่วมขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน และเพื่อร่วมฉลองโอกาสครบรอบ 60 ปี ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย พร้อมขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อและใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ ด้วยแคมเปญ ‘มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย ฉลอง 60 ปี แจก 60 ล้าน’ มอบรางวัลใหญ่ ทองคำแท่งหนัก 60 บาท มูลค่า 1,638,000 บาท จำนวน 6 รางวัล พร้อมของรางวัลอื่นๆ อาทิ ทองคำแท่งหนัก 6 บาท จำนวน 60 รางวัล ทีวี SAMSUNG รุ่น QLED Smart 4K 65 นิ้ว จำนวน 400 รางวัล และ โทรศัพท์มือถือ iPhone 12 64GB จำนวน 800 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 60 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2564

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ‘แพชชั่น เรด เอดิชั่น’เพื่อร่วมฉลองการครบรอบ 60 ปี

 

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ‘แพชชั่น เรด เอดิชั่น’ ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ รุ่น จีที ที่ได้รับการยกระดับด้านดีไซน์ พร้อมด้วยเอกลักษณ์ที่มีความแตกต่างจากรุ่นปกติทั่วไป โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์รุ่นพิเศษฉลอง 60 ปี ที่ด้านข้างและที่ล้ออัลลอย ภายในเพียบพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกได้แก่ที่ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือแบบไร้สายที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ตลอดจนซองใส่กุญแจอัจฉริยะพร้อมสัญลักษณ์รุ่นพิเศษฉลอง 60 ปี ที่แสดงถึงความพิเศษของรถยนต์รุ่นดังกล่าว นอกเหนือจากอุปกรณ์พิเศษที่มอบให้แล้ว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ‘แพชชั่น เรด เอดิชั่น’ ยังคงครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดในเซกเม้นท์ โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่แข็งแกร่ง พร้อมด้วยระยะความสูงจากพื้นถึง 205 มม. มีห้องโดยสารที่กว้างขวาง สะดวกสบาย มีเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือนที่ต่ำ (NVH) ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพตามปรัชญาแบบ ‘โอโมเตะนาชิ’ ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่มุ่งเน้นความประณีตและใส่ใจในทุกรายละเอียด ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งด้วยวัสดุบุนุ่มคุณภาพเยี่ยม ช่วยสร้างผิวสัมผัสที่นุ่มนวล และยังทำให้ห้องโดยสารมีความเงียบเพิ่มมากขึ้น

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ‘แพชชั่น เรด เอดิชั่น’เพื่อร่วมฉลองการครบรอบ 60 ปี

 

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ‘แพชชั่น เรด เอดิชั่น’ ครบครันด้วยความอเนกประสงค์แบบ 7 ที่นั่ง ติดตั้งเบาะที่นั่งหุ้มหนังและวัสดุหนังสังเคราะห์ทั้ง 3 แถว เพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้นด้วยกุญแจอัจฉริยะแบบ KOS พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์ 3 ตำแหน่ง และระบบปรับอากาศด้านหลังแบบแยกอิสระสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง หรูหราด้วยหัวเกียร์และพวงมาลัยหุ้มหนังที่สามารถปรับระดับสูง-ต่ำ และปรับเข้า-ออกได้ มาพร้อมกับสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียง มีปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย และระบบล็อกความเร็วอัตโนมัติ สะดวกสบายด้วยจอภาพระบบสัมผัส พร้อมเครื่องเล่นดีวีดี และจอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว พร้อมการแสดงผลแบบภาพเคลื่อนไหว 3 มิติ ครบครันด้วยระบบความปลอดภัย อาทิ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ระบบเสริมแรงเบรก (BA) ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) ถุงลมนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า และกล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ‘แพชชั่น เรด เอดิชั่น’เพื่อร่วมฉลองการครบรอบ 60 ปี

 

มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ‘แพชชั่น เรด เอดิชั่น’ มอบความมั่นใจในด้านบริการหลังการขายภายใต้สโลแกน ‘เราดูแล คุณแค่ขับ’ ที่พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าด้วยผู้จำหน่ายทั่วประเทศกว่า 240 แห่ง ด้วยการให้บริการที่ได้มาตรฐาน คุณภาพอะไหล่แท้ ให้บริการด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญและผ่านการฝึกอบรม ตลอดจนความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่ารถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกคันจะพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ด้วยค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง

พบกับ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ‘แพชชั่น เรด เอดิชั่น’ ได้ที่โชว์รูม มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือ ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและขอทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ที่เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวรถวันนี้ :  มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว มิตซูบิชิ ไทรทัน  ‘แพชชั่น เรด เอดิชั่นเพื่อร่วมฉลองการครบรอบ 60 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย พร้อมบริจาครายได้ส่วนหนึ่งเพื่อการกุศลและตอบแทนสังคมไทย โดย มิตซูบิชิ ไทรทันแพชชั่น เรด เอดิชั่นรุ่นพิเศษดังกล่าวนี้มีจำนวนการผลิตที่จำกัด

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นพิเศษ แพชชั่น เรด เอดิชั่น

 

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่ามิตซูบิชิ ไทรทัน ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถลุยผ่านทุกอุปสรรค พร้อมด้วยการออกแบบที่โดดเด่นและเทคโนโลยีอันทันสมัย จึงส่งผลให้ มิตซูบิชิ ไทรทัน ได้รับความนิยมจากลูกค้าที่เน้นในด้านสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นทั้งบนเส้นทางแบบออฟโรดและแบบปกติทั่วไป นอกจากความเหนือระดับทั้งในด้านการออกแบบและสมรรถนะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ยังได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วโลกทั้งในด้านความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ความทนทาน และความมั่นใจในขณะขับขี่ ซึ่งได้รับการพิสูจน์และพัฒนาขึ้นมานานกว่า 40 นับตั้งแต่เปิดตัว ปีกระบะรุ่นแรกสำหรับเหตุผลที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เลือกใช้สีแดงในการฉลองการครบรอบ 60 ปีนี้ เพราะสีแดงเป็นสีแห่งความมุ่งมั่นและยังเป็นสีประจำบริษัทฯ ซึ่งปรากฏอยู่บนสัญลักษณ์ ทรีไดมอนส์ และบนรถแข่งแรลลี่ระดับตำนานที่บ่งบอกความเป็น มิตซูบิชิ ที่มาพร้อมกับความมั่นใจในด้านคุณภาพ ความน่าตื่นเต้น ความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบความพึงพอใจสูงสุด เพื่อร่วมค้นหาความสำเร็จใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการตอบแทนสังคมและการเติบโตในแบบที่ยั่งยืน

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นพิเศษ แพชชั่น เรด เอดิชั่น

 

ทั้งนี้ลูกค้า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ทุกท่านสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของเราในแบบที่ยั่งยืนได้ ด้วยการซื้อ มิตซูบิชิ ไทรทันแพชชั่น เรด เอดิชั่นรุ่นดังกล่าว โดยบริษัทฯ จะบริจาคเงินจำนวน 2,000 บาทต่อคัน และมอบให้แก่องค์กรการกุศล 3 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ, มูลนิธิรามาธิบดีฯ และมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อร่วมขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืนและเพื่อร่วมฉลองโอกาสครบรอบ 60 ปี ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย พร้อมขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อและใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ ด้วยแคมเปญมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย ฉลอง 60 ปี แจก 60 ล้านมอบรางวัลใหญ่ ทองคำแท่งหนัก 60 บาท มูลค่า 1,638,000 บาท จำนวน 6 รางวัล พร้อมของรางวัลอื่นๆ อาทิ ทองคำแท่งหนัก 6 บาท จำนวน 60 รางวัล ทีวี SAMSUNG รุ่น QLED Smart 4K 65 นิ้ว จำนวน 400 รางวัล และ โทรศัพท์มือถือ iPhone 12 64GB จำนวน 800 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 60 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2564

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นพิเศษ แพชชั่น เรด เอดิชั่น

 

มิตซูบิชิ ไทรทันแพชชั่น เรด เอดิชั่นถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่น จีที ขับเคลื่อน 2 ล้อ ดีไซน์ภายนอกด้วยสีสันที่โดดเด่นและดึงดูดทุกสายตาด้วยสีแดงใหม่ ‘Solid Red’ ที่สะท้อนแนวคิดแกร่งดังหินผาอย่างเป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยสัญลักษณ์รุ่นพิเศษฉลอง 60 ปี ที่ด้านข้างและที่ล้ออัลลอย ภายในดีไซน์พิเศษเหนือระดับด้วยสัญลักษณ์รุ่นพิเศษฉลอง 60 ปี ที่พนักพิงศีรษะและแผ่นกันรอยที่ขอบประตู มิตซูบิชิ ไทรทันแพชชั่น เรด เอดิชั่นยังมาพร้อมกับที่ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือแบบไร้สายที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ตลอดจนซองใส่กุญแจอัจฉริยะแบบ KOS พร้อมสัญลักษณ์รุ่นพิเศษฉลอง 60 ปี ที่แสดงถึงความพิเศษของรถกระบะรุ่นดังกล่าว นอกเหนือจากอุปกรณ์พิเศษที่มอบให้แล้ว มิตซูบิชิ ไทรทันแพชชั่น เรด เอดิชั่นยังครบครันด้วยระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยที่เหนือระดับ อาทิ กล้องมองภาพรอบคัน พร้อมเส้นกะระยะและเส้นแสดงทิศทางการเคลื่อนที่ของรถ รวมถึงถุงลมนิรภัยคู่หน้า และติดตั้งระบบเอ็นเตอร์เทนเม้นท์แบบหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่สามารถรองรับการใช้งานแอปเปิล คาร์เพลย์(1) และแอนดรอยด์ ออโต้(2)

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นพิเศษ แพชชั่น เรด เอดิชั่น

 

ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ MIVEC ขนาด 2.4 ลิตร แรงบิดสูงสุดที่ 430 นิวตันเมตร 181 แรงม้า พร้อมระบบเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด ครบครันด้วยเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยอันทันสมัย อาทิ ระบบเบรกแบบ ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ระบบลดกำลังเครื่องยนต์ (BOS) เพื่อช่วยเบรก ระบบเสริมแรงเบรก (BA) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวพร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (ASTC) และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) พร้อมด้วยระบบ Auto Stop and Go ซึ่งเป็นระบบที่จะสั่งดับเครื่องยนต์แบบอัตโนมัติเมื่อจอดนิ่ง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการประหยัดเชื้อเพลิงได้ดียิ่งขึ้น

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นพิเศษ แพชชั่น เรด เอดิชั่น

 

มิตซูบิชิ ไทรทันแพชชั่น เรด เอดิชั่นยังมาพร้อมความมั่นใจในด้านบริการหลังการขายภายใต้สโลแกนเราดูแล คุณแค่ขับที่พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าด้วยผู้จำหน่ายทั่วประเทศกว่า 240 แห่ง ด้วยการให้บริการที่ได้มาตรฐาน คุณภาพอะไหล่แท้ ให้บริการด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญและผ่านการฝึกอบรม ตลอดจนความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่ารถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกคันจะพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ด้วยค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง พบกับ มิตซูบิชิ ไทรทันแพชชั่น เรด เอดิชั่นได้ที่โชว์รูม มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือ ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและขอทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ที่เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สนับสนุนการศึกษาสำหรับเยาวชนไทย แม้สถานการณ์โควิด-19 จัดพิธีมอบทุนการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแบบนิวนอร์มอล มอบโอกาสทางการศึกษาแก่นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มธ. ศูนย์พัทยา สร้าง “บัณฑิตพันธุ์ใหม่” ด้านวิศวกรรมยานยนต์

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (แถวบน ซ้ายสุด) จัดพิธีมอบทุนการศึกษาในโครงการ “MMTh VTECH Scholarship Program 2021” ให้กับ 5 นักศึกษา จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเทคโนโลยียานยนต์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา โดยมี รศ.ดร. ธีร เจียศิริพงษ์กุล คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (แถวบน ที่ 2 จากซ้าย) คณาจารย์ และผู้บริหารจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีในพิธีมอบทุนการศึกษาแบบนิวนอร์มอล โดยนักศึกษาจะได้รับทุนการศึกษาต่อเนื่องจำนวน 2 ปี พร้อมโอกาสในการฝึกงานและเข้าร่วมเป็นพนักงานประจำกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ผู้ผลิตรถยนต์ ชั้นนำระดับโลก ตั้งเป้าสร้าง “บัณฑิตพันธุ์ใหม่” ด้านวิศวกรรมยานยนต์ เพื่อการขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต

 

 

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าสนับสนุนการดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อตอบแทนคืนสู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษาในโครงการ “MMTh VTECH Scholarship Program 2021” ผ่านช่องทางการประชุมออนไลน์ ให้กับนักศึกษาระดับชั้นอุดมศึกษา โดยเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ที่ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสทางการศึกษาให้นักศึกษาในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้กับนักศึกษาในต่างจังหวัดด้วย โครงการดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในโครงการด้านการศึกษา ภายใต้ปณิธานด้านความรับผิดชอบ ต่อสังคม “สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย” และเนื่องในโอกาสที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ดำเนินธุรกิจครบ 60 ปี ในประเทศไทยในปีนี้ เราได้มีการจัดตั้ง “มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ขึ้นในฐานะองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร มีจุดมุ่งหมายในการดำเนินโครงการ เพื่อสังคมใน 3 ด้านหลักสำคัญ ได้แก่ 1) สิ่งแวดล้อม 2) สุขภาพและชีวอนามัย 3) การศึกษาและจริยธรรม โดยที่ผ่านมาได้มีการดำเนินโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้น้องได้เรียน เพื่อมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีผลการเรียนดีเด่น โดยร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โครงการปลูกป่า 60 ไร่ รวมถึงการมอบเครื่อง ช่วยหายใจ เครื่องอบฆ่าเชื้อ UV-C ชุดอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ หน้ากากอนามัย N95 น้ำดื่ม และลังกระดาษเพื่อนำไปสร้างเป็นเตียงสนามกระดาษ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบรรเทาสถานการณ์โควิด-19 อีกด้วย

“ “การศึกษา” เป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาคน อันนำไปสู่การพัฒนาประเทศ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เยาวชนไทย โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ก่อตั้งโครงการทุนการศึกษานี้ขึ้นมา เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติดี โดยบริษัทฯ จะให้การสนับสนุนทุนการศึกษาตลอดระยะเวลา 2 ปี โดยในปีนี้มีนักศึกษาจำนวน 5 คน ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกและได้รับทุนการศึกษาจากโครงการนี้ ทั้งนี้นักศึกษาที่ได้รับทุนจะได้มีโอกาสเข้ามาฝึกงานเพื่อเรียนรู้และปฏิบัติงานจริงร่วมกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ชั้นนำระดับโลกที่มีเทคโนโลยีการออกแบบและการผลิตรถยนต์ที่ล้ำสมัย และภายหลังจบการศึกษานักศึกษาทุกคนจะได้เข้าเป็นพนักงานประจำทำงานร่วมกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ทันที ซึ่งถือเป็นการมอบอาชีพที่มั่นคงให้แก่เยาวชน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันพัฒนาเยาวชนไทยให้มีคุณภาพ และพร้อมที่จะเป็นกำลังที่สำคัญในการช่วยกันพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศให้เกิดความก้าวหน้าต่อไป” มร. โคอิโตะ กล่าวเพิ่มเติม.

 

รศ.ดร. ธีร เจียศิริพงษ์กุล คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า

“ผมขอขอบคุณ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่ได้ก่อตั้งโครงการทุนการศึกษานี้ขึ้นมา โครงการนี้ไม่เพียงแต่มอบโอกาสทาง การศึกษาให้กับนักศึกษา แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างคนที่มีความรู้ ความสามารถมารับใช้ประเทศชาติ และช่วยกันพัฒนาสังคมของเรา ซึ่งสอดคล้องกับแผนการพัฒนาประเทศไทยในปัจจุบัน ผมเชื่อว่าสิ่งนี้จะเป็นก้าวสำคัญที่จะจุดประกายด้านการวิจัยเทคโนโลยีในอนาคต”

 

นางสาวปิยธิดา บุญมาไสว นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเทคโนโลยียานยนต์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา กล่าวว่า “

ขอขอบคุณ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่ได้มอบทุนและโอกาสทางการศึกษาให้กับพวกเรา โครงการนี้ทำให้เราได้รับความรู้เพื่อนำมาใช้เตรียมความพร้อมในการทำงานร่วมกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในอนาคต และเรายังได้นำความรู้ทางทฤษฎีที่ได้รับจากตำราเรียนมาประยุกต์ใช้ในการยกระดับพัฒนาศักยภาพในอนาคต เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศและช่วยเหลือสังคมต่อไป”

 

 

สำหรับโครงการ MMTh VTECH Scholarship Program 2021 เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ (MOU) ไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา เพื่อมอบโอกาสในการศึกษาด้วยการสนับสนุนทุนการศึกษาเต็มจำนวนในชั้นปีที่ 3 และปีที่ 4 แก่นักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเด่นในคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเทคโนโลยียานยนต์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งโครงการนี้ยังสนับสนุนให้นักศึกษาได้มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริงด้วยการเรียนรู้แบบบูรณาการจากการทำงาน (Work Integrated Learning–WIL) โดยนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาจะได้เข้าร่วมฝึกงานและเป็นพนักงานประจำทำงานที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ณ ศูนย์การผลิตแหลมฉบัง สอดคล้องกับโครงการสร้าง “บัณฑิตพันธุ์ใหม่” และกำลังคนที่มีสมรรถนะ เพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิตตามนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย ซึ่งหลังจากที่นักศึกษาเรียนจบแล้วต้องสามารถทำงานได้ โดยมีทั้งความรู้ ทักษะ สมรรถนะอย่างสูง โดยมีนักศึกษาที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกและได้รับทุนการศึกษาจำนวน 5 คน ได้แก่ 1. นางสาวปิยธิดา บุญมาไสว 2. นายกรวิชญ์ สิงห์แก้ว 3. นายเมธานนท์ วัฒนภิรมย์ 4. นายจิรพัฒน์ วัดไพรุณ และ 5. นายดรัณภพ สัณห์วิญญู

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในการสนับสนุนด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เยาวชนไทยหลายโครงการ ได้แก่ หลักสูตรนักศึกษาฝึกงานประจำปี โดยร่วมกับ มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ โครงการ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้น้องได้เรียน การมอบแผงโซลาร์เซลล์ พร้อมด้วยอุปกรณ์แปลงไฟให้แก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนอีกด้วย

ข่าวรถวันนี้ (06/08/21)  : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย แนะนำวิธีการเดินทางที่คุ้มค่าและปลอดภัย ด้วย มิตซูบิชิ แอททราจ และ มิราจ รุ่นสมาร์ท

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ขอแนะนำ มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ รุ่นสมาร์ท ยกระดับความโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวพร้อมรองรับการใช้งานที่ครบครัน ตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ซิตี้คาร์ มิตซูบิชิ แอททราจ และมิตซูบิชิ มิราจ รุ่นสมาร์ท พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้ที่โชว์รูม มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

 

 

“การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้การใช้ชีวิตและการทำงานของเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การดำเนินชีวิตทั้งหมดของเราเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่า ‘ความปกติใหม่’ (New Normal) รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านการเดินทางสัญจรที่ต้องหลีกเลี่ยงจากระบบขนส่งมวลชนที่มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก จึงส่งผลให้การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น และเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว เราจึงขอแนะนำวิธีการเดินทางที่เหมาะสม ปลอดภัย และคุ้มค่าด้วย มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ รุ่นสมาร์ท ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนเมืองในทุกช่วงอายุ และผู้ที่กำลังมองหาวิธีการเดินทางที่คุ้มค่าและสะดวกสบาย” มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

 

 

ดีไซน์ภายนอกดึงดูดทุกสายตาด้วยกระจังหน้าดีไซน์แบบ ‘Advanced Dynamic Shield’ ที่โดดเด่นอย่างมีสไตล์ด้วยลายเส้นสีแดง, ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ Bi-LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED, ไฟตัดหมอกหน้า, ไฟท้ายแบบ LED ดีไซน์สปอร์ต, กันชนหลังดีไซน์โฉบเฉี่ยวพร้อมไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED, ล้ออัลลอยแบบทูโทนขนาด 15 นิ้ว ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นสมาร์ท ยังติดตั้งสปอยเลอร์หลังดีไซน์สปอร์ตช่วยเพิ่มความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ดีไซน์ภายในห้องโดยสารของสมาร์ทซิตี้คาร์ทั้งสองรุ่นได้รับการยกระดับด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ High Contrast ตกแต่งด้วยลายคาร์บอน เบาะนั่งวัสดุหนังสังเคราะห์สำหรับ มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นสมาร์ท และเบาะนั่งวัสดุหนังสังเคราะห์ผสมผ้าสำหรับ มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นสมาร์ท เหนือระดับไปอีกขั้นด้วยแผงควบคุมเปิด-ปิดกระจกข้างบริเวณแผงประตูที่ตกแต่งด้วยลายคาร์บอนพร้อมวัสดุบุนุ่ม พร้อมติดตั้งที่พักแขนที่คอนโซลกลางช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย

มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ รุ่นสมาร์ท สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับหน้าจอระบบสัมผัส Smartphone – Link Display Audio (SDA) ขนาด 7 นิ้ว รองรับแอปเปิล คาร์เพลย์ และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และการเชื่อมต่อ บลูทูธ ครบครันและสะดวกสบายด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมายเทียบเท่ากับรถซีดานระดับบน อาทิ ระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ กล้องมองภาพหลังขณะถอยจอด กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ และระบบไฟหน้าอัตโนมัติ

 

 

มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ รุ่นสมาร์ท ได้รับการออกแบบให้ตัวรถมีขนาดรถที่พอเหมาะสม มีความคล่องตัว และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร DOHC พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ที่ให้ความประหยัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะสำหรับลูกค้าทุกคนที่พักอาศัยอยู่ในเมือง ทั้งสำหรับนักศึกษาจบใหม่ ผู้ที่เริ่มทำงาน และผู้สูงอายุที่เกษียณจากการทำงานแล้ว พร้อมสร้างแรงบันดาลเพื่อค้นหาความสำเร็จในชีวิตด้วยวิธีการเดินทางที่คุ้มค่าและปลอดภัย

โดยสมาร์ทซิตี้คาร์ทั้งสองรุ่นยังครบครันด้วยเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM-LS) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็วเฉพาะด้านหน้า (RMS-Forward) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) และระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL)

 

 

มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ รุ่นสมาร์ท มาพร้อมกับถุงลมนิรภัยคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า รวมถึงระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) และระบบเสริมแรงเบรก (BA) ซึ่งทำงานประสานกันเพื่อมอบความมั่นใจให้ผู้ขับขี่บนทุกเส้นทาง รถยนต์ทั้งสองรุ่นยังติดตั้งระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) อีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถขอรับข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายเพื่อทดลองขับ มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ รุ่นสมาร์ท ได้ที่ โชว์รูม มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ และสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวรถวันนี้ (16/07/21) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ลงนามเอ็มโอยูกับอีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ ศึกษานำร่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ เพื่อการพาณิชย์

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมกับบริษัท อีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการศึกษานำร่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicles หรือ BEV) ในประเทศไทย มุ่งทำความเข้าใจ แนวทางการใช้รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ เพื่อการพาณิชย์ และทำการศึกษาข้อมูลจากการใช้งานจริงโดยอีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ ภายใต้บันทึกความเข้าใจนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะจัดส่งรถยนต์ มิตซูบิชิ มินิแค็บ มีฟ รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ เพื่อการพาณิชย์ จำนวน 1 คัน ให้แก่ อีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์สำหรับใช้ในการดำเนินธุรกิจการขนส่งสินค้าเป็นเวลา 1 ปี

 

ข่าวรถวันนี้ (16/07/21) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ลงนามเอ็มโอยูกับอีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ ศึกษานำร่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ เพื่อการพาณิชย์

 

โครงการนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในแผนดำเนินงานของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่จะพัฒนายนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าให้ครอบคลุมการใช้งานทั้งในรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและเพื่อการพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายส่งเสริม ให้ผู้ใช้รถยนต์ชาวไทยหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า และศึกษาโอกาสที่จะขยายต่อไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลไทย ขณะเดียวกัน แผนงานการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในธุรกิจโลจิสติคส์ ของอีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อมและแนวคิดการลดต้นทุนการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ อีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ จัดตั้งและถือครองโดยบริษัท ฮิตาชิ ทรานสปอร์ต ซิสเต็มส์ กรุ๊ป หนึ่งในบริษัทชั้นนำ ผู้ให้บริการโลจิสติคส์ทั่วโลกแบบ ‘ครบวงจร’

 

ข่าวรถวันนี้ (16/07/21) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ลงนามเอ็มโอยูกับอีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ ศึกษานำร่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ เพื่อการพาณิชย์

 

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ได้จัดส่งรถ มิตซูบิชิ มินิแค็บ มีฟ ประมาณ 9,000 คัน ให้กับบริษัทขนส่งต่างๆ บริษัท ค้าปลีก และหน่วยงานรัฐ ในประเทศญี่ปุ่น และยังจัดส่งอีก 1,500 คัน เพื่อเป็นรถยนต์ ที่ใช้ในกรมไปรษณีย์ของญี่ปุ่นอีกด้วย จากนี้ เราจะเดินหน้าศึกษาถึงแนวทางที่จะทำให้เกิดความสำเร็จในการใช้ยนตรกรรมไฟฟ้า ควบคู่กันไปกับการขยายสถานีชาร์จไฟและการสนับสนุน จากรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่อง โครงการศึกษานำร่องครั้งนี้

ทำให้เราได้มีโอกาสศึกษาความเป็นไปได้ ของการปรับใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อการพาณิชย์ สานต่อให้เกิดการสนับสนุนและการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายสำหรับประเทศไทยในอนาคต โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการใหม่ ด้านสิ่งแวดล้อม (The New Environmental Plan Package) ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ที่มีการกำหนดขอบข่ายของสังคมในอนาคตและทิศทางโครงการริเริ่มต่างๆ สู่เป้าหมายในปี 2593 และยังเป็นการสนับสนุนแผนริเริ่มส่งเสริมยนตรกรรมไฟฟ้าของรัฐบาลไทย ทั้งนี้ หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของแผนปฏิบัติการใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมดังกล่าว ก็คือ การเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 50% จากยอดจำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิทั้งหมดทั่วโลกในปี พ.ศ. 2573” มร. โคอิโตะ กล่าวเพิ่มเติม

 

 

ข่าวรถวันนี้ (16/07/21) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ลงนามเอ็มโอยูกับอีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ ศึกษานำร่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ เพื่อการพาณิชย์

มร. ฮอนดะ เรียวอิชิ ประธานกรรมการ และผู้อำนวยการ บริษัท ฮิตาชิ ทรานสปอร์ต ซิสเต็มส์ (สำนักงานใหญ่) และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะหนึ่งในบริษัทผู้นำในอุตสาหกรรมโลจิสติคส์ เรามีหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในขณะเดียวกัน ก็พิจารณาถึงวิธีการการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานไปพร้อมๆ กันด้วย เรามีความภาคภูมิใจที่ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับหนึ่งในบริษัทรถยนต์ชั้นนำ เพื่อส่งเสริมแนวคิดริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อมของเรา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและศักยภาพ ที่จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัย โครงการศึกษาครั้งนี้จะช่วยให้เรามีความเข้าใจและได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในการปฏิบัติงานของเราในอนาคต สอดคล้องกับเป้าหมายการเป็นบรรษัทพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นผู้นำในการสร้างความยั่งยืนทั้งในด้านอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม”

ภายใต้บันทึกความเข้าใจดังกล่าว อีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ จะใช้มิตซูบิชิ มินิแค็บ มีฟ ในการปฏิบัติงาน ส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าทุกวันเป็นเวลา 1 ปี รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นดังกล่าว เป็นรถยนต์ที่ได้รับการยอมรับด้านสมรรถนะการขับขี่และการบรรทุกสินค้า ตอบรับการขับขี่ที่เงียบสงบ ประหยัด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเพื่อรองรับการบรรทุกสินค้าที่หลากหลาย มิตซูบิชิ มินิแค็บ มีฟ ได้ถูกออกแบบให้สามารถบรรทุกสินค้าได้สูงสุด 350 กก. พร้อมผู้โดยสาร 2 คน พื้นที่เก็บสัมภาระเมื่อพับเบาะผู้โดยสารลงมีความยาว 2,685 มม. และประตูแบบสไลด์ ช่วยอำนวยความสะดวกในการขนถ่ายสินค้า

 

ข่าวรถวันนี้ (16/07/21) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ลงนามเอ็มโอยูกับอีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ ศึกษานำร่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ เพื่อการพาณิชย์

 

รถยนต์รุ่นนี้รองรับการชาร์จไฟแบบเร็วด้วยหัวชาร์จ CHAdeMO สามารถชาร์จไฟได้สูงสุด 80 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 35 นาที หรือด้วยการชาร์จไฟแบบปกติจนเต็มแบตเตอรี่ 100 เปอร์เซ็นต์ใช้เวลา 7 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีระบบคืนพลังงานขณะเบรก ที่จะช่วยแปลงพลังงานจากการเบรกเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ขณะขับขี่มิตซูบิชิ มินิแค็บ มีฟ ยังสามารถเป็นแหล่งพลังงาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ระบบนิเวศพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคต หรือ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ (Dendo Drive House) เหมือนกับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี อีกด้วย

โครงการศึกษานำร่องร่วมกับอีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ จะช่วยขับเคลื่อนแผนงานพัฒนายนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งเริ่มต้นด้วยการเปิดตัวมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ผลิตและเปิดตัวในประเทศไทย เมื่อปลายปี 2563 รถยนต์ รุ่นดังกล่าว เป็นรถเอสยูวี ปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดขายสูงที่สุดในโลก และเป็นยนตรกรรมที่ผสมผสาน ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ปล่อยมลพิษในระดับต่ำจนถึงศูนย์ และช่วยคลายความกังวลด้านระยะทางการขับขี่ พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมในระดับเดียวกับรถยนต์เอสยูวีที่ดีที่สุดในปัจจุบัน มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังเป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์ กับสถานการณ์ความพร้อมและความสะดวกสบายด้านโครงสร้างพื้นฐานของการชาร์จไฟฟ้าในปัจจุบัน มียอดขายรวมทั้งหมดจนถึงเดือนพฤษภาคม 2564 ของรถเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นนี้อยู่ที่ 283,038 คัน

ข่าวรถวันนี้ 21/06/21 : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ในกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยกระดับความเชื่อมั่นของลูกค้าในกรุงเทพฯ เพิ่มมากขึ้นด้วยการเปิดโชว์รูมรถยนต์ มิตซูบิชิ แห่งใหม่ภายใต้ชื่อ มิตซู นที ราชพฤกษ์ ดำเนินงานโดย บริษัท นที ออโตโมบิล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่บนถนนราชพฤกษ์ เขตภาษีเจริญ พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่ต้องการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย

 

 

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ มิตซู นที ราชพฤกษ์ เข้าสู่เครือข่ายผู้จำหน่ายของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยในปีที่ผ่านมาเรามีเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 240 แห่ง ทั้งนี้เรายังคงมุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่งในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องด้วยการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น เพื่อส่งมอบยานยนต์คุณภาพและการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า”

มิตซู นที ราชพฤกษ์ มีพื้นที่กว้างขวางขนาด 3 ไร่ สามารถจัดแสดงรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นต่างๆ ได้มากถึง 5 คัน มีพื้นที่สำหรับให้บริการซ่อมบำรุงพร้อมอุปกรณ์ที่ครบครันมากถึง 14 ช่องซ่อม และยังสามารถให้บริการซ่อมสีและตัวถังแก่ลูกค้าได้อีกด้วย โชว์รูมแห่งใหม่นี้ยังมีพนักงานที่พร้อมให้บริการลูกค้าในด้านต่างๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 150 ท่าน ที่ได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐานและพร้อมให้บริการแก่ลูกค้าเพื่อมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่มุ่งมั่นยกระดับการให้บริการเพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า พร้อมความสะดวกสบายในการให้บริการแบบ ‘วันสต็อปเซอร์วิส’

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ในกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง

 

พร้อมกันนี้ มิตซู นที ราชพฤกษ์ ยังได้ร่วมฉลองการครบรอบ 60 ปี ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ด้วยแคมเปญพิเศษ ‘มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย ฉลอง 60 ปี แจก 60 ล้าน’ เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ได้ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2564 เพื่อลุ้นรับรางวัลใหญ่ ทองคำแท่งหนัก 60 บาท มูลค่า 1,638,000 บาท จำนวน 6 รางวัล และของรางวัลอื่นๆ อาทิ ทองคำแท่งหนัก 6 บาท จำนวน 60 รางวัล ทีวี SAMSUNG รุ่น QLED Smart 4K 65 นิ้ว จำนวน 400 รางวัล และ โทรศัพท์มือถือ iPhone 12 64GB จำนวน 800 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 60 ล้านบาท

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ในกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง

 

มิตซู นที ราชพฤกษ์ พร้อมให้บริการลูกค้าทุกท่านแล้วด้วยบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม โดยภายในโชว์รูมและศูนย์บริการยังตกแต่งด้วยดีไซน์มาตรฐานเดียวกันทั่วโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่พร้อมมุ่งมั่นในการส่งมอบยานยนต์คุณภาพ การบริการ และประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลและร่วมค้นหาความสำเร็จใหม่ๆ ภายใต้แนวคิดแบรนด์ระดับโลก ‘Drive your Ambition’

มิตซู นที ราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ที่ 208 ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 10160 โทร. 0-2457-2288

ข่าวรถวันนี้ 17/06/21 : มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยานยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด เพื่อการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน

ตามรายงานสภาพภูมิอากาศโลกขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่าอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกในปี 2563 ที่ผ่านมา มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าค่าเฉลี่ยของระดับที่ปลอดภัยประมาณ 1.2 องศาเซลเซียส โดยตัวเลขดังกล่าวหมายถึง ‘ระดับที่ใกล้อันตราย’ ที่ต้องไม่สูงเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ตามที่เหล่านักวิทยาศาสตร์ได้กำหนดไว้ เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาหกปีนับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา เป็นช่วงเวลาที่โลกมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ช่วงต้นของทศวรรษจนถึงปีนี้ยังถือเป็นปีที่โลกมีอุณหภูมิสูงที่สุดเท่าที่เคยปรากฏมาอีกด้วย

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยานยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด เพื่อการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน

 

ที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ได้ดำเนินการนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อร่วมรณรงค์ในการลดภาวะโลกร้อนและยังมุ่งมั่นส่งเสริมการขับเคลื่อนในแบบที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่ต้องการ ‘สร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้นด้วยสมรรถนะแห่งการขับเคลื่อน’ พร้อมด้วยพันธกิจด้าน ‘ความมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อตอบแทนสังคมในแบบที่ยั่งยืน’ ด้วยเหตุผลดังกล่าว มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น จึงได้กำหนดแผนงานด้านสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดทิศทางในการสร้างสรรค์สังคมให้ดียิ่งขึ้นในอีก 30 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้แผนงานด้านสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ ยังได้คำนึงถึงการประเมินวัฏจักรของยานยนต์ (Life Cycle Assessment หรือ LCA) ที่พิจารณาถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดกระบวนของขั้นตอนการผลิตรถยนต์ โดยการพิจารณาจะเริ่มตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนของรถยนต์ หรือ รถยนต์ทั้งคัน ตั้งแต่กระบวนการจัดหาวัตถุดิบสำหรับขั้นตอนการผลิตชิ้นส่วน การผลิตรถยนต์ การประกอบรถยนต์ การขับขี่ การผลิตเชื้อเพลิง และการกำจัด เพื่อทราบถึงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดจากกระบวนการต่างๆ

โดยการประเมินวัฏจักรของยานยนต์ดังกล่าว ถูกนำมาใช้เพื่อการพัฒนาปรับปรุงในด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มีมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านกระบวนการผลิตชิ้นส่วน เทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งรถยนต์รุ่นใหม่ต่างๆ โดยเปรียบเทียบกับปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิตชิ้นส่วนและรถยนต์แบบดั้งเดิม มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คือ ตัวอย่างสำคัญของรถยนต์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้น้อยลงเมื่อเทียบกับรถยนต์แบบทั่วไป และยังช่วยรักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของมนุษยชาติ ทั้งนี้การประเมินวัฏจักรของยานยนต์ยังได้ถูกนำไปใช้กับกระบวนการผลิตรถยนต์รุ่นปัจจุบัน เพื่อใช้ในการศึกษาถึงแนวทางการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ๆ ในอนาคต รวมทั้งการปรับลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วยและเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยานยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด เพื่อการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน

 

(UNEP) ได้กำหนดแนวคิดในปีนี้ ได้แก่ ‘การฟื้นฟูระบบนิเวศ’ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมให้ทุกคนปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และตระหนักถึงความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมร่วมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์สำหรับคนรุ่นต่อๆ ไป โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต เพื่อร่วมกันลดการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติและหยุดการทำลายสิ่งแวดล้อม มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีอัตราการปล่อยไอเสียที่ต่ำ และยังถูกออกแบบขึ้นบนพื้นฐานของเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 52.6 กม.ต่อลิตร(3) หรือ 1.9 ลิตรต่อ 100 กม.(3) ตามมาตรฐาน NEDC(4) และยังมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับที่ต่ำเพียง 43 กรัมต่อกม.

ทั้งนี้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังเป็นรถยนต์แบบปลั๊กอินไฮบริดที่ขายดีที่สุดในโลก ที่มีจำหน่ายแล้วกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ด้วยยอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกมากกว่า 832,000 คัน เมื่อสิ้นสุดเดือนพฤษภาคมปี 2564 ที่ผ่านมา จึงถือเป็นยานยนต์ทางเลือกที่ดีที่สุดในปัจจุบันสำหรับการขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะด้วยอุปสรรคและข้อจำกัดในด้านระยะทางการขับขี่ กอปรกับสถานีชาร์จไฟฟ้าที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงส่งผลให้การใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) ยังคงมีอุปสรรคและข้อจำกัดอยู่มากมาย แม้ว่าจะปลอดจากมลภาวะทางอากาศก็ตาม

ทั้งนี้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังเป็นรถยนต์รุ่นแฟล็กชิพที่สำคัญและแสดงถึงความเชี่ยวชาญของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้งในด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านพลังงานไฟฟ้า ยานยนต์อเนกประสงค์ และเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ส่งผลให้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล มีความต่อเนื่องและเงียบ พร้อมอัตราการเร่งแซงที่ยอดเยี่ยมและทรงพลัง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยานยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด เพื่อการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน

 

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถขับขี่ได้ทั้งในโหมดไฟฟ้า (EV) สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และยังสามารถเป็นรถยนต์แบบไฮบริด (HEV) สำหรับการเดินทางระยะไกล พร้อมสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้ขับขี่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จไฟฟ้า มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถยนต์ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพอากาศและทุกสภาพถนน

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดสูงสุดถึง 1,500 วัตต์ ด้วยการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถที่มีอยู่ 2 จุด เพื่อให้สามารถสัมผัสกับไลฟ์สไตล์กลางแจ้งรูปแบบใหม่ และยังสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าสำรองเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือ กรณีที่ไฟฟ้าดับ เพราะ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เอง และยังสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ที่พักอาศัยด้วยเทคโนโลยีระบบพลังงานแบบ Vehicle-to-Home (V2H) ได้นานถึง 10 วัน(5) สำหรับครัวเรือนทั่วไป โดยแบตเตอรี่ต้องถูกชาร์จไฟเต็มและมีน้ำมันเต็มถัง

ดังนั้น มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี จึงถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการขับเคลื่อนในแบบที่ยั่งยืน เพราะเป็นยานยนต์ที่สามารถใช้งานได้จริง มีความทนทาน มีประสิทธิภาพ มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำ และเป็นรถยนต์พีเอชอีวี สัญชาติญี่ปุ่นรุ่นแรกที่ถูกผลิตขึ้นในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยที่กำลังมองหารถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม.

 

 

ข่าวรถวันนี้ : 5 เหตุผลที่คุณควรเป็นเจ้าของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี

หลายเหตุผลที่ส่งผลให้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เป็นรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก นอกจากพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ความอเนกประสงค์ในการใช้งาน และความประหยัด ความสำเร็จของรถเอสยูวีรุ่นนี้ยังมาจากระบบขับเคลื่อนที่ทรงพลังและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมทั้งบนถนนปกติและทางขรุขระ

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี โดดเด่นด้วยความหรูหรา พร้อมความสะดวกสบายสำหรับทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน ห้องโดยสารขนาดใหญ่สามารถรองรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว เพื่อการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์สำหรับทุกจุดหมายด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้น ปราศจากความกังวลด้านระยะทางการขับขี่ อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ปลอดมลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่มีเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับการเดินทางที่ไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าไลฟ์สไตล์ของคุณจะเป็นแบบใด มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งาน พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยคุณสมบัติดังนี้

 

ข่าวรถวันนี้ : 5 เหตุผลที่คุณควรเป็นเจ้าของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี

1. นี่คือ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รุ่นล่าสุด

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ถูกผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่1 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 หรือ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป 2020 โดยรถเอสยูวีรุ่นดังกล่าวถือเป็น มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รุ่นล่าสุดของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ที่ยังจำหน่ายทั่วโลก และเป็นรถยนต์รุ่นแฟล็กชิพที่สำคัญที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้งในด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านพลังงานไฟฟ้า ยานยนต์อเนกประสงค์ และเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ส่งผลให้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล มีความต่อเนื่องและเงียบ พร้อมอัตราการเร่งแซงที่ยอดเยี่ยมและทรงพลัง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

2. ประสบความสำเร็จและได้รับรางวัลจากทั่วโลก

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของโลก แต่เป็นรถพีเอชอีวีที่ขายดีที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน พร้อมตอกย้ำอีกครั้งในการเป็นผู้นำรถเอสยูวีแบบพีเอชอีวีที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในยุโรปด้วยยอดจำหน่ายมากถึง 26,673 คัน ในปี 2563 ที่ผ่านมา อีกทั้ง มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังได้ถูกจำหน่ายไปแล้วมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และมียอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกมากถึง 270,000 คัน เมื่อสิ้นสุดเดือนธันวาคมปี 2563 ที่ผ่านมา

สำหรับประเทศไทย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถคว้ารางวัล “รถเอสยูวีแบบไฮบริด เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเจ็ดรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2564 ที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้รับในปี 2564 นี้ โดยครอบคลุมรถยนต์ทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่มุ่งมั่นนำเสนอรถยนต์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าชาวไทย ทั้งในด้านสมรรถนะ ความปลอดภัย และคุณภาพ

 

ข่าวรถวันนี้ : 5 เหตุผลที่คุณควรเป็นเจ้าของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี

3. ไม่ใช่แค่เพียงรถยนต์ แต่เป็นไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดสูงสุดถึง 1,500 วัตต์ ด้วยการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถที่มีอยู่ 2 จุด เพื่อให้สามารถสัมผัสกับไลฟ์สไตล์กลางแจ้งรูปแบบใหม่ และยังสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าสำรองเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือ กรณีที่ไฟฟ้าดับ เพราะ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เอง และยังสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ที่พักอาศัยด้วยเทคโนโลยีระบบพลังงานแบบ Vehicle-to-Home (V2H) ได้นานถึง 10 วัน(1) สำหรับครัวเรือนทั่วไป โดยแบตเตอรี่ต้องถูกชาร์จไฟเต็มและมีน้ำมันเต็มถัง

สำหรับเทคโนโลยี V2H คือ แนวคิดเดียวกันกับ ‘เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์’ ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งในภาษาญี่ปุ่น “เดน” หมายถึง “ไฟฟ้า” และ “โด” หมายถึง “การขับขี่” เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ คือ ชุดระบบไฟฟ้าที่ออกแบบมาสำหรับที่พักอาศัย ประกอบด้วย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี, อุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้าแบบเทคโนโลยี, แผงโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่สำหรับที่พักอาศัย โดยระบบ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อนำไฟฟ้าไปชาร์จให้กับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี และในทางกลับกันยังสามารถดึงกระแสไฟฟ้าจากรถ เพื่อนำกลับไปใช้ในที่พักอาศัย โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยลดการบริโภคพลังงานไฟฟ้าและยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน กรณีที่ไฟฟ้าดับ และเพื่อใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ อีกมากมาย

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ช่วยทำให้ทุกกิจกรรมเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยความอเนกประสงค์และสมรรถนะการขับขี่ที่สามารถไปได้ทุกสถานที่ พร้อมความประหยัดที่ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสได้ รวมถึงความสะดวกสบายและความหรูหราระดับพรีเมียมที่เหนือกว่ารถในระดับเดียวกัน

การชาร์จไฟฟ้าของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถทำได้อย่างสะดวกง่ายดาย ด้วยวิธีการชาร์จไฟฟ้าที่หลากหลาย โดยลูกค้าสามารถเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน หรือ การชาร์จไฟฟ้าผ่านเครื่องชาร์จที่ใช้ในที่พักอาศัย หรือ สถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะทั่วไป โดยการชาร์จไฟฟ้าแบบปกติจนเต็มจะใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมง และการชาร์จไฟแบบเร็วด้วยหัวชาร์จแบบ CHAdeMO ที่สามารถอัดประจุไฟฟ้าได้ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 25 นาที

พร้อมกันนี้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังมาพร้อมกับระบบเบรกรีเจนเนอร์เรทีฟ ที่สามารถชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับไปยังแบตเตอรี่ได้ในขณะที่ถอนคันเร่ง หรือ เหยียบเบรก รวมทั้ง ชาร์จโหมด ที่สามารถชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับไปยังแบตเตอรี่ได้จนเกือบเต็มในขณะขับขี่ ซึ่งทำให้ยังมีไฟฟ้าเหลืออยู่ในแบตเตอรี่เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง

4. เทคโนโลยีเหนือระดับและหมดกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เหนือกว่ารถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดทั่วไปในปัจจุบันเพราะ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถขับขี่ได้ทั้งในโหมดไฟฟ้า (EV) สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และยังสามารถเป็นรถยนต์แบบไฮบริด (HEV) สำหรับการเดินทางระยะไกล พร้อมสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้ขับขี่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จไฟฟ้า มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถยนต์ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพอากาศและทุกสภาพถนน

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมพร้อมอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ต่ำเพียง 52.6 กม.ต่อลิตร(2) ตามมาตรฐาน NEDC(3) มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำที่ 43 กรัมต่อกม.(2) พร้อมอัตราเร่งและแรงบิดที่ดีเยี่ยม หมดกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ ประหยัดน้ำมัน พร้อมการขับขี่ที่นุ่มนวล ห้องโดยสารเงียบ และสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย “พลังงานสองรูปแบบ” ที่ได้จากการชาร์จกระแสไฟฟ้าและน้ำมันแบนซินที่สามารถรองรับได้ถึง E20

พร้อมกันนี้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังครบครันด้วยเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน อาทิ ระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA) ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSW) พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (AHB) โดยระบบล็อกความเร็ว

แบบแปรผันอัตโนมัติ (ACC) ไม่ได้ทำหน้าที่แต่เฉพาะรักษาระดับความเร็วให้คงที่เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ตรวจจับรถคันหน้า พร้อมควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยจนถึงหยุดนิ่ง

 

ข่าวรถวันนี้ : 5 เหตุผลที่คุณควรเป็นเจ้าของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี

5. ใช้งานง่ายปราศจากความกังวล

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี มีทั้งหมด 2 รุ่น และมีสีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond(4), สีเงิน Sterling Silver และสีดำ Jet Black Mica โดยรุ่นเริ่มต้น รุ่น จีที มีราคาจำหน่ายที่ 1,640,000 บาท และรุ่น จีที พรีเมียม มีราคาจำหน่ายที่ 1,749,000 บาท โดยทั้ง 2 รุ่น ลูกค้าสามารถมั่นใจและหมดความกังวลในด้านค่าบำรุงรักษาด้วยแพ็กเกจ วอรี่ ฟรี (worry-free) ประกอบด้วย ฟรี รับประกันแบตเตอรี่และระบบ EV ปลั๊กอินไฮบริด 10 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร(5) ฟรี มิตซูบิชิ เซอร์วิส แพ็กเกจ 5 ปี, ฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. นาน 5 ปี, ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี, ฟรี รับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี และรับค่าสนับสนุนการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อชาร์จไฟฟ้าที่บ้านรวมมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท(6)

ข่าวรถวันนี้ : หมดห่วงเรื่องสถานีชาร์จ! เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถชาร์จได้ที่ PEA VOLTA กว่า 32 แห่ง พร้อมแผนขยายรวมทั้งสิ้น 73 แห่ง ทั่วประเทศในปี 2564

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิฯ ยืนยัน เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ชาร์จได้ที่ PEA VOLTA กว่า 32 แห่ง

 

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างความมั่นใจเรื่องสถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย โดยสามารถชาร์จไฟฟ้าได้ที่สถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA ทั่วประเทศ โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และสถานีบริการน้ำมันบางจาก โดยปัจจุบันสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA ได้เปิดให้บริการแล้วกว่า 32 แห่ง แบ่งเป็นพื้นที่ของ PEA จำนวน 14 แห่ง และในพื้นที่สถานีบริการน้ำมันบางจากอีกจำนวน 18 แห่ง โดยมีแผนขยายสถานีเพิ่มจนครบ 73 แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2564 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงผู้ใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี โดยรองรับการชาร์จไฟฟ้าแบบเร็วด้วยหัวชาร์จ CHAdeMO อีกด้วย

สถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA เปิดให้บริการทุกวัน 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ (ยกเว้นสถานีในสำนักงาน PEA ได้แก่ PEA VOLTA สำนักงานใหญ่, พระนครศรีอยุธยา, รังสิต, ปากช่อง, นครราชสีมา, นครชัยศรี, สมุทรสาคร, ชลบุรี, เขาย้อย, หัวหิน ที่เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 20.00 น.)

นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถใช้บริการตรวจสอบสถานีที่ให้บริการได้ผ่าน PEA VOLTA application บนสมาร์ทโฟนและแท็บเลต ทำให้สามารถค้นหาตำแหน่งสถานีเพื่อนำทางไปยังสถานีนั้น ๆ ได้อย่างแม่นยำ ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและรถพีเอชอีวียังสามารถชำระค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าผ่านระบบการเติมเงินได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และรวดเร็ว อีกด้วย

สำหรับแผนการขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA ในอนาคต จะดำเนินการต่อเนื่องตลอดปี พ.ศ. 2564 ครอบคลุมทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 73 แห่ง โดยหลังจากนี้จะมีการเปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA เพิ่มเติมอีก 41 แห่ง เพื่อให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถเข้าถึงบริการสถานีหัวจ่ายอัดประจุไฟฟ้าได้ง่าย ทั้งบนถนนหลักสู่เมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญครอบคลุมทั่วประเทศไทย ซึ่งผู้ใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ก็สามารถชาร์จไฟฟ้าได้จากสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA ด้วยเช่นกัน

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิฯ ยืนยัน เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ชาร์จได้ที่ PEA VOLTA กว่า 32 แห่ง

 

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ของเราสามารถใช้พลังงานแบบไฮบริด โดยไม่ต้องชาร์จไฟฟ้า แต่อย่างไรก็ตามมีการเพิ่มจุดเด่นที่น่าดึงดูดใจด้วยความสามารถในการชาร์จและขับขี่ในโหมดไฟฟ้าได้อีกด้วย นอกจากนี้เรายังได้นำ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เข้าร่วมในงานเปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA เพื่อให้ผู้สนใจได้สัมผัสและทดลองชาร์จไฟฟ้าจากสถานี PEA VOLTA เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกสบายในการหาสถานีชาร์จไฟฟ้าให้กับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ซึ่งก่อนหน้านี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อเร่งผลักดันให้เกิดการใช้ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย โดยความร่วมมือนี้จะยกระดับประสบการณ์ของผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าชาวไทย ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือของ PEA เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสามารถค้นหาสถานีชาร์จทั่วประเทศได้อย่างสะดวกสบายและง่ายยิ่งขึ้น

“ลูกค้าสามารถนำ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เข้าไปใช้บริการชาร์จไฟฟ้าได้ที่จุดบริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA สถานีอัดประจุไฟฟ้า MEA และสถานีอัดประจุไฟฟ้า EGAT รวมถึงสามารถเข้ารับบริการชาร์จไฟฟ้า แบบเร็ว (Quick Charge) ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ให้จำหน่าย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี โดยลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน หรือเช็คข้อมูลผ่าน M-Drive Application” มร. โคอิโตะ กล่าวเสริม

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิฯ ยืนยัน เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ชาร์จได้ที่ PEA VOLTA กว่า 32 แห่ง

 

 

สำหรับการชาร์จไฟแบตเตอรี่ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ทำได้สะดวกและง่ายดายด้วยวิธีการชาร์จไฟฟ้า ที่หลากหลาย เพียงเสียบชาร์จเข้ากับปลั๊กไฟที่บ้าน ซึ่งการชาร์จรูปแบบปกติ (Normal Charge) ให้กำลังไฟ 100% ในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง หรือขับไปชาร์จยังสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ให้บริการนอกสถานที่ โดยการชาร์จไฟแบบเร็ว (Quick Charge) ด้วยหัวชาร์จ CHAdeMO ให้กำลังไฟ 80% ในเวลาประมาณ 25 นาที หรือจะชาร์จโดยวิธีการกดปุ่ม Save/Charge ภายในรถก็สามารถชาร์จไฟได้ในเวลาประมาณ 40-45 นาที ให้กำลังไฟเกือบเต็ม โดยการทำงานของเครื่องยนต์ทั้งขณะขับขี่หรือในขณะรถจอด คลายกังวลเรื่องข้อจำกัดของระยะทางการขับขี่ ไปได้เลย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เป็นเอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี โมเดลล่าสุดที่เปิดตัวในประเทศไทย เมื่อปีที่ผ่านมา เป็นผู้นำรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีจำหน่ายแล้วกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และมียอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกมากถึง 281,000 คัน เมื่อสิ้นสุดเดือนเมษายนปี พ.ศ. 2564 ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง.

ข่าวรถวันนี้ (23/05/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมใจช่วยโควิด-19 ผ่าน มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ส่งมอบน้ำดื่ม และหน้ากากอนามัย N95 พร้อมลังกระดาษสร้างเตียงสนามกระดาษ ช่วยเหลือผู้ป่วย-บุคลากรทางการแพทย์เร่งด่วน

ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักวิศวกรรมการผลิต มอบลังกระดาษจำนวน 10 ตัน ให้แก่ บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิเอสซีจี นำไปสร้างเป็นเตียงสนามกระดาษ เพื่อใช้ในโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลที่มีความต้องการเร่งด่วนทั่วประเทศ โดยมี นายขวัญชัย บุตรคำ (ขวา) เป็นผู้แทนบริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) รับมอบ ณ โรงงานอัดกระดาษ สาขา ปิ่นทอง จังหวัดชลบุรี

 

ข่าวรถวันนี้ (23/05/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมใจช่วยโควิด-19

 

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศไทย จึงได้นำน้ำดื่ม และหน้ากากอนามัย N95 มอบให้กับโรงพยาบาล 6 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดชลบุรี เพื่อส่งมอบอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อให้บุคลากรทางการแพทย์ พร้อมมอบลังกระดาษจำนวน 10 ตัน ให้กับ บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิเอสซีจี นำไปสร้างเป็นเตียงสนามกระดาษ เพื่อใช้ในโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลที่ประสบปัญหาเตียงรองรับผู้ป่วยไม่เพียงพอ และมีความต้องการเตียงอย่างเร่งด่วนทั่วประเทศ ภายใต้ “โครงการมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ช่วยหมอ ต่อชีวิต สู้ภัยโควิด-19”

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยึดมั่นในปณิธานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม “สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย” ผ่านการดำเนินโครงการเพื่อสังคมใน 3 ด้านหลักสำคัญ ได้แก่ 1) สิ่งแวดล้อม 2) สุขภาพและชีวอนามัย 3) การศึกษาและจริยธรรม โดยบริษัทฯ ได้มีการจัดตั้ง “มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ขึ้นในฐานะองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เพื่อมุ่งมั่นดำเนินงานด้านกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว อันนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย และการขับเคลื่อนพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน

 

ข่าวรถวันนี้ (23/05/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมใจช่วยโควิด-19

 

“มีคนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 บริษัทฯ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าวฯ จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือด้วยการส่งมอบลังกระดาษ เพื่อนำไปสร้างเป็นเตียงสนามกระดาษ ช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเร่งด่วน รวมถึงการนำน้ำดื่ม และหน้ากากอนามัย N95 ไปมอบให้โรงพยาบาล เพื่อส่งมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ผู้อุทิศตน เสียสละดูแลผู้ป่วยได้มีอุปกรณ์ป้องกันที่มีประสิทธิภาพใช้ขณะทำงาน และเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี พนักงานยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเงินเข้ามูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์โควิด-19 อีกด้วย พร้อมกันนี้พวกเราชาวมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ขอส่งมอบกำลังใจให้ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่อย่างปลอดภัย” มร. โคอิโตะ กล่าวเพิ่มเติม

ในการนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้มอบลังกระดาษจำนวน 10 ตัน ให้กับ บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิเอสซีจี เพื่อนำไปสร้างเป็นเตียงสนามกระดาษที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% ที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ รองรับการใช้งานของสรีระของคนเอเชีย น้ำหนักเบา ประหยัดพื้นที่ในการขนส่งและการจัดเก็บ ประกอบง่ายใน 8 นาที ทั้งนี้เมื่อสร้างเตียงสนามกระดาษเสร็จเรียบร้อยแล้วจะทำการส่งมอบต่อให้กับโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อนำไปให้ผู้ป่วยโควิด-19 ใช้นอนพักรักษาตัวขณะอยู่ที่โรงพยาบาล

 

ข่าวรถวันนี้ (23/05/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมใจช่วยโควิด-19

 

ในขณะเดียวกัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้นำน้ำดื่มจำนวน 2,600 แพ็ค และหน้ากากอนามัย N95 จำนวน 4,800 ชิ้น ไปมอบให้กับโรงพยาบาล 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสนามจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลบางละมุง โรงพยาบาลแหลมฉบัง โรงพยาบาลวิภาราม แหลมฉบัง และโรงพยาบาลชลบุรี เพื่อสนับสนุนการทำงานและป้องกันการติดเชื้อในบุคลากรทางการแพทย์

นอกจากนี้ จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการ โดยร่วมกับเครือข่าย ผู้จำหน่ายในการส่งมอบเครื่องช่วยหายใจจำนวน 7 เครื่อง และชุดอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ หรือ PPE จำนวน 1,400 ชุด พร้อมด้วยหน้ากาก N95 จำนวน 4,000 ชิ้น ให้แก่ โรงพยาบาล 6 แห่ง ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด โดยยอดบริจาคส่วนหนึ่งนำมาจากการร่วมแรงร่วมใจของพนักงานฯ และจากการจำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ รวมถึงโครงการผลิตเครื่องอบฆ่าเชื้อ UV-C เพื่อมอบให้แก่โรงพยาบาล 4 แห่งในจังหวัดชลบุรี เพื่อใช้สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ทางการแพทย์อีกด้วย.

ข่าวรถวันนี้ (29/04/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ คุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินชื่อดังสร้างสรรค์รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น

 

ข่าวรถวันนี้ (29/04/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ คุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินชื่อดังสร้างสรรค์รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ คุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินชื่อดังสร้างสรรค์รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น’ เป็นความร่วมมือกันที่เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส และความสามารถในการออกแบบของคุณรักกิจ ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานการดีไซน์ที่โดดเด่น ด้วยสีสันสุดตระการตาและเหนือระดับกว่ารถกระบะทั่วไป เพื่อมอบให้แก่ลูกค้าที่ชอบในสไตล์ที่แตกต่าง

ข่าวรถวันนี้ (29/04/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ คุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินชื่อดังสร้างสรรค์รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น

มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น’ เผยโฉมสู่สายตาสาธารณชนครั้งแรกที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2021 ครั้งที่ 42 ที่ผ่านมา ซึ่งได้พัฒนาบนพื้นฐานรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน เมกะแค็บ และถือเป็นหนึ่งในรถยนต์รุ่นพิเศษเพื่อร่วมฉลองครบรอบ 60 ปี ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย

สำหรับเหตุผลที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมมือกับ คุณรักกิจ ควรหาเวช เนื่องจากคุณรักกิจ ถือเป็นศิลปิน ผู้ที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์คิดค้นผลงานใหม่ๆ ในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้ และการยืนหยัดเพื่อสร้างสรรค์พัฒนาสิ่งใหม่ๆ เช่นเดียวกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่มุ่งมั่นในการก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อการคิดค้นพัฒนายานยนต์และบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าภายใต้แนวคิดระดับโลก ‘Drive your Ambition’ ที่มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้า พร้อมสร้างแรงบันดาลใจ และพลังการขับเคลื่อนเพื่อมุ่งสู่ทุกจุดหมายอย่างมุ่งมั่น

ข่าวรถวันนี้ (29/04/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ คุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินชื่อดังสร้างสรรค์รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น

โดยคุณรักกิจ ถือเป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์และศิลปินสตรีทอาร์ทชื่อดังที่มีความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ศิลปะแนวเรขาคณิตที่มีสไตล์เฉพาะตัวพร้อมเอกลักษณ์ที่โดดเด่น โดยคุณรักกิจ ยังมีประสบการณ์ในการร่วมงานกับแบรนด์สินค้าชั้นนำระดับโลกมากมาย เพื่อการนำเสนอเอกลักษณ์ความแตกต่างของงานดีไซน์ที่ไร้ขีดจำกัด

“ผมมีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์และออกแบบผลงานศิลปะที่ไร้ขีดจำกัดด้วยเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของผมเอง สำหรับแรงบันดาลใจในการออกแบบรถกระบะรุ่นพิเศษนี้มาจากเทพไทรทัน ซึ่งเป็นบุตรของโพไซดอน เทพเจ้าแห่งท้องทะเล ตามตำนานกรีกโบราณ ด้วยลายเส้นในการออกแบบที่แข็งแกร่งและสีสันที่สวยงาม ลายเส้นของเทพไทรทันสร้างสรรค์ให้ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น’ มีความแข็งแกร่งและทรงพลังมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมภายใต้แนวคิด ‘The Great Triton’ รถกระบะรุ่นพิเศษนี้จึงเปี่ยมด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อนและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์” คุณรักกิจ กล่าว

ข่าวรถวันนี้ (29/04/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ คุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินชื่อดังสร้างสรรค์รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น

มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น’ พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “แกร่ง ลุยทุกอุปสรรค” เช่นเดียวกับรถกระบะไทรทันทุกรุ่น ผสานความแข็งแกร่งและความทนทาน ที่ผนวกเข้ากับความมีสไตล์ตามแบบฉบับการใช้งานในเมือง ภายในห้องโดยสารติดตั้งเครื่องเสียงพร้อมหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้วรุ่นใหม่ รองรับการใช้งานแอปเปิล คาร์เพลย์(1) และแอนดรอยด์ ออโต้(2)

ขุมพลังขับเคลื่อนที่ได้รับการพิสูจน์แล้วจากทั่วโลกทั้งในด้านความแข็งแกร่งและทรงพลัง ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลแบบคอมมอนเรล 2.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมเทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ มีสมรรถนะสูงและขับขี่อย่างนุ่มนวลด้วยระบบเกียร์ที่ทนทาน พร้อมระบบความปลอดภัย อาทิ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบเบรก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) และระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก

ข่าวรถวันนี้ (29/04/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ คุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินชื่อดังสร้างสรรค์รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น

มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น’ มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 647,000(3) บาท โดยมีสีภายนอกให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีส้ม Sunflare Orange สีขาว Solid White และสีดำ Jet Black Mica ทุกสีมาพร้อมหลังคาสีดำ ทั้งนี้ลูกค้าทุกท่านสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของเราในแบบที่ยั่งยืน ด้วยการซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น’ ซึ่งเป็นรถกระบะรุ่นพิเศษฉลองครบ 60 ปี ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยบริษัทฯ จะบริจาคเงินจำนวน 2,000(4) บาท ต่อคัน เพื่อร่วมบริจาคเงินให้แก่องค์การกุศลใน 3 หัวข้อหลักตามปณิธานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้แก่ ด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขอนามัยและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทยข่าวรถวันนี้ (29/04/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ คุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินชื่อดังสร้างสรรค์รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น

ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์ มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ หรือ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ที่เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวรถวันนี้ (16/04/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สหราชอาณาจักร ได้จัดการประมูลออนไลน์รถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นคลาสสิครวม 14 คัน โดยการประมูลออนไลน์ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เมษายน 2564 นี้

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สหราชอาณาจักร ได้จัดการประมูลออนไลน์รถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นคลาสสิครวม 14 คัน โดยการประมูลออนไลน์ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เมษายน 2564 นี้

 

รถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นคลาสสิคทั้ง 14 คัน ประกอบด้วย ‘มิตซูบิชิ โคลท์ ทรานเซอร์’ และ ‘มิตซูบิชิ โคลท์ กาแลนท์’ ซึ่งเป็นรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นแรกๆ ที่จำหน่ายในสหราชอาณาจักร พร้อมกันนี้ยังได้จัดแสดงรถสปอร์ตคลาสสิค รุ่นยอดนิยมในปี 1980 และ 1990 อย่าง ‘มิตซูบิชิ สตาร์เลี่ยน เทอร์โบ’ และ ‘มิตซูบิชิ 3000 จีที’ หรือ ‘จีทีโอ’ พร้อมด้วย ‘รถจี๊ป มิตซูบิชิ’ รุ่นแรก และ ‘มิตซูบิชิ โชกุน’ หรือ ‘ปาเจโร’ รุ่นที่สอง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์รถอเนกประสงค์ในตำนานที่ได้สร้างชื่อเสียงให้แก่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มาอย่างยาวนาน

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สหราชอาณาจักร ได้จัดการประมูลออนไลน์รถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นคลาสสิครวม 14 คัน โดยการประมูลออนไลน์ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เมษายน 2564 นี้

 

ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สหราชอาณาจักร ยังได้จัดแสดงหนึ่งในสุดยอดยานยนต์สมรรถนะ เจ้าแห่งสนามเวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพ อย่าง ‘มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชัน’ จำนวน 3 คัน โดย มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชัน ทั้งสามคันดังกล่าวมีการใช้งานที่น้อยและยังได้รับการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยม พร้อมกันนี้หนึ่งในนั้นถือเป็นรุ่นไฮไลท์ของการประมูลในครั้งนี้ ได้แก่ ‘รุ่น ทอมมี่ มาคิเน่น อิดิชั่น’ โดยเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา รถคันดังกล่าวได้ถูกประมูลรวมกันทั้งสิ้น 46 ครั้ง และสามารถจบที่ราคาประมูลสูงถึง 3.35 ล้านบาท

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สหราชอาณาจักร ได้จัดการประมูลออนไลน์รถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นคลาสสิครวม 14 คัน โดยการประมูลออนไลน์ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เมษายน 2564 นี้

 

โดยการประมูลในครั้งนี้ ยังได้จัดแสดงรถยนต์ ‘มิตซูบิชิ กาแลนท์ จีทีไอ’ ที่สร้างความสำเร็จมากมายให้กับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จากการแข่งขันแรลลี่หลายรายการในสหราชอาณาจักร และ ‘มิตซูบิชิ กาแลนท์ วีอาร์โฟว์’ ที่สามารถคว้าแชมป์จากการแข่งขันแรลลี่รายการ อาร์เอซี ปี 2550 และปี 2551 รวมทั้ง ‘มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชัน’ ผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันในรายการแรลลี่ บริติส แชมเปี้ยนชีพ ปี 2554 โดยการประมูลออนไลน์ดังกล่าวมีกำหนดจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เมษายน 2564 นี้.

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ โออาร์ ประกาศ 3 รายชื่อผู้โชคดี รับรางวัลเครื่องชาร์จ ULTRA EV Gen 1

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ โออาร์ ประกาศ 3 รายชื่อผู้โชคดี รับรางวัลเครื่องชาร์จ ULTRA EV Gen 1

 

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โดย นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ (ที่ 5 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ อาวุโส สายงานขายภายในประเทศ บริการหลังการขาย และ การพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย และ มร. เคน อิโตะ (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานขาย พร้อมด้วย นายชัยพฤฒิ วัชรีคุปต์ (ที่ 4 จากขวา) ผู้จัดการฝ่ายตลาดรัฐและพาณิชย์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ร่วมให้เกียรติมอบรางวัลให้แก่ผู้โชคดี รับเครื่องชาร์จ Ultra EV Gen 1 (รุ่น 3.7 kW) มูลค่า 64,900 บาท จำนวนทั้งสิ้น 3 รางวัล รวมมูลค่า 194,700 บาท(1) ณ บูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีรายชื่อผู้โชคดีดังต่อไปนี้

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ โออาร์ ประกาศ 3 รายชื่อผู้โชคดี รับรางวัลเครื่องชาร์จ ULTRA EV Gen 1

  1. นายธนกร ตนานุวัฒน์
  2. นายเฮา หวู
  3. นายบัณฑิต ชัยศิลบุญ

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ โออาร์ ประกาศ 3 รายชื่อผู้โชคดี รับรางวัลเครื่องชาร์จ ULTRA EV Gen 1

 

กิจกรรมจับรางวัลนี้เป็นแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่จัดขึ้นระหว่างงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 หรือ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป ในปี พ.ศ. 2563 สำหรับผู้ที่จอง มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ภายในวันที่ 1-13 ธันวาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 มีสิทธิ์ลุ้นรับเครื่องชาร์จ Ultra EV Gen 1 (รุ่น 3.7 kW) จาก โออาร์ โดย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนค่าใช้จ่าย ในการติดตั้งทั้งหมด

 

ข่าวรถวันนี้ (24/03/2021)  :  มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าที่งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นเพื่อการเติบโตในประเทศไทยพร้อมส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าด้วยการนำเสนอรถยนต์คุณภาพเยี่ยมครบทุกรุ่น พร้อมด้วยรถยนต์รุ่นสเปเชียล เอดิชั่น และรุ่นแพชชั่น เรด เอดิชั่น ที่ผลิตขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 60 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 สอดคล้องกับแนวคิด ‘วิถีชีวิตใหม่ใจเป็นสุข’

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าที่งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42

 

“ในปีนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้ฉลองครบรอบ 60 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย พร้อมการผลิตรถยนต์ครบ 6 ล้านคัน โดยความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้เพราะการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย ชุมชนท้องถิ่น ผู้จัดจำหน่าย พันธมิตรทางธุรกิจ สื่อมวลชน และที่สำคัญที่สุดคือลูกค้าของเรา” มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

“นับตั้งแต่ปี 2504 เราได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยผ่านการจ้างงาน การพัฒนาทรัพยากรบุคคล การลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี การส่งออก การช่วยเหลือสังคม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เรายังคงมุ่งมั่นนำเสนอยานยนต์ที่เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อร่วมยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย พร้อมมุ่งมั่นนำเสนอยานยนต์ระดับผู้นำที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยต่อไป เพื่อให้ลูกค้าของเราทั้งในประเทศไทย และอีกกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมภายใต้แนวคิด ‘Drive your Ambition’ ที่มั่นใจได้ในทุกการขับขี่” มร. ชกกิ กล่าวเพิ่ม

 

 

โดยภายในงานฯ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังเปิดตัวรถยนต์รุ่นสเปเชียล เอดิชั่น และรุ่นแพชชั่น เรด เอดิชั่น เพื่อร่วมฉลองการครบรอบ 60 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย พร้อมแสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย โดยบนเวทีได้จัดแสดง มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘สเปเชียล เอดิชั่น’ ที่ออกแบบโดยคุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินแนวสตรีทอาร์ตชื่อดังของประเทศไทย ผู้ที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่มุ่งมั่นในการก้าวไปข้างหน้าและไม่เคยหยุดนิ่งในการคิดค้นพัฒนายานยนต์และบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ‘แพชชั่น เรด เอดิชั่น’ รถอเนกประสงค์ระดับพรีเมียม

สำหรับเหตุผลที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เลือกใช้สีแดงเพื่อร่วมฉลองการครบรอบ 60 ปีนี้ เพราะสีแดงเป็นสีแห่งความมุ่งมั่นและยังเป็นสีประจำของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งปรากฏอยู่บนสัญลักษณ์ ทรีไดมอนส์ และบนรถแข่งแรลลี่ระดับตำนานที่บ่งบอกความเป็น มิตซูบิชิ พร้อมความมั่นใจในคุณภาพ ความน่าตื่นเต้น และความมุ่งมั่นที่ต้องการมอบความพึงพอใจสูงสุด และการค้นหาความสำเร็จใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการตอบแทนสังคม และการเติบโตในแบบที่ยั่งยืน

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าที่งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42

 

พร้อมกันนี้ยังเผยโฉม มิตซูบิชิ แอททราจ และ มิตซูบิชิ มิราจ ‘สเปเชียล เอดิชั่น’ มาพร้อมกับ สีแดง ที่โดดเด่น พร้อมการตกแต่งพิเศษ เพื่อยกระดับความมีสไตล์ และตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าในเมืองที่มองหาแรงบันดาลใจเพื่อทุกความสำเร็จในชีวิต

ทั้งนี้ลูกค้าทุกท่านสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของเราในแบบที่ยั่งยืน ด้วยการซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นสเปเชียล

เอดิชั่น และรุ่นแพชชั่น เรด เอดิชั่น โดยบริษัทฯ จะบริจาคเงินมูลค่าสูงสุด 5,000 บาท* ต่อคัน เพื่อร่วมบริจาคเงินตามปณิธาน 3 หัวข้อหลักของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้แก่ ด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขอนามัยและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทย

และเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังได้จัดกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ เพื่อร่วมฉลองโอกาสสำคัญนี้ พร้อมขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อและใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ ด้วยแคมเปญ “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย ฉลอง 60 ปี แจก 60 ล้าน” มอบรางวัลใหญ่ ทองคำแท่งหนัก 60 บาท มูลค่า 1,638,000 บาท จำนวน 6 รางวัล พร้อมของรางวัลอื่นๆ อาทิ ทองคำแท่งหนัก 6 บาท จำนวน 60 รางวัล ทีวี SAMSUNG รุ่น QLED Smart 4K 65 นิ้ว จำนวน 400 รางวัล และ โทรศัพท์มือถือ iPhone 12 64GB จำนวน 800 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 60 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2564

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าที่งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42

 

พร้อมกันนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนายานยนต์แบบยั่งยืนยังได้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่และร่วมกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยเมื่อเร็วๆ นี้ได้เปิดตัว มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ผลิตขึ้นในประเทศไทยซึ่งถือเป็นฐานการผลิตรถยนต์รุ่นดังกล่าวนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นแห่งแรกอีกด้วย

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คือ รถยนต์แบบปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก และยังได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมทั้งจากลูกค้าและผู้สื่อข่าวสายยานยนต์หลังจากที่ได้ร่วมกิจกรรมทดสอบขับที่ผ่านมา โดย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถขับขี่ได้ทั้งในโหมดไฟฟ้า (EV) สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และยังสามารถเป็นรถยนต์แบบไฮบริด (HEV) สำหรับการเดินทางระยะไกล พร้อมสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้ขับขี่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จไฟฟ้า มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถยนต์ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพอากาศและทุกสภาพถนน พร้อมกันนี้ยังสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดไม่เกิน 1,500 วัตต์ ด้วยการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถที่มีอยู่ 2 จุด เพื่อให้สามารถสัมผัสกับไลฟ์สไตล์กลางแจ้งรูปแบบใหม่ และยังสามารถเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าฉุกเฉินเพราะ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เอง

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าที่งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42

รถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกรุ่นยังสามารถคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีครบทุกรุ่น ดังนี้

  1. มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รับรางวัล รถปลั๊กอินไฮบริดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
  2. มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ รับรางวัล รถอเนกประสงค์พีพีวี ขับเคลื่อนสี่ล้อ เครื่องยนต์ดีเซลต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
  3. มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ รับรางวัล รถอเนกประสงค์พีพีวีราคาคุ้มค่ายอดเยี่ยม
  4. มิตซูบิชิ ไทรทัน รับรางวัล รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อ เครื่องยนต์ดีเซลต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
  5. มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ รับรางวัล รถอเนกประสงค์มินิเอ็มพีวี ขายดียอดเยี่ยม
  6. มิตซูบิชิ แอททราจ รับรางวัล รถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตู ราคาคุ้มค่ายอดเยี่ยม
  7. มิตซูบิชิ มิราจ รับรางวัล รถยนต์อีโคคาร์ ประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยม

มั่นใจได้เมื่อซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกคันด้วยบริการหลังการขายภายใต้สโลแกน ‘เราดูแล คุณแค่ขับ’ ที่พร้อมดูแลลูกค้าด้วยสินค้าและบริการที่ดีมีคุณภาพ อะไหล่แท้ การบริการโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมเพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ตลอดจนความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

เชิญชมรถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกรุ่นที่บูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย A13 ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 เมืองทองธานี ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อขอทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ที่เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง.

Facebook Comments
Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial