มิตซูบิชิ ฯ ศึกษานำร่อง รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์

ข่าวรถวันนี้ (16/07/21) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ลงนามเอ็มโอยูกับอีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ ศึกษานำร่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ เพื่อการพาณิชย์

สารบัญ

ข่าวรถวันนี้ (16/07/21) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ลงนามเอ็มโอยูกับอีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ ศึกษานำร่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ เพื่อการพาณิชย์

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมกับบริษัท อีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการศึกษานำร่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicles หรือ BEV) ในประเทศไทย มุ่งทำความเข้าใจ แนวทางการใช้รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ เพื่อการพาณิชย์ และทำการศึกษาข้อมูลจากการใช้งานจริงโดยอีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ ภายใต้บันทึกความเข้าใจนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะจัดส่งรถยนต์ มิตซูบิชิ มินิแค็บ มีฟ รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ เพื่อการพาณิชย์ จำนวน 1 คัน ให้แก่ อีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์สำหรับใช้ในการดำเนินธุรกิจการขนส่งสินค้าเป็นเวลา 1 ปี

 

ข่าวรถวันนี้ (16/07/21) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ลงนามเอ็มโอยูกับอีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ ศึกษานำร่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ เพื่อการพาณิชย์

 

โครงการนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในแผนดำเนินงานของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่จะพัฒนายนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าให้ครอบคลุมการใช้งานทั้งในรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและเพื่อการพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายส่งเสริม ให้ผู้ใช้รถยนต์ชาวไทยหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า และศึกษาโอกาสที่จะขยายต่อไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลไทย ขณะเดียวกัน แผนงานการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในธุรกิจโลจิสติคส์ ของอีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อมและแนวคิดการลดต้นทุนการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ อีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ จัดตั้งและถือครองโดยบริษัท ฮิตาชิ ทรานสปอร์ต ซิสเต็มส์ กรุ๊ป หนึ่งในบริษัทชั้นนำ ผู้ให้บริการโลจิสติคส์ทั่วโลกแบบ ‘ครบวงจร’

 

ข่าวรถวันนี้ (16/07/21) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ลงนามเอ็มโอยูกับอีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ ศึกษานำร่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ เพื่อการพาณิชย์

 

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ได้จัดส่งรถ มิตซูบิชิ มินิแค็บ มีฟ ประมาณ 9,000 คัน ให้กับบริษัทขนส่งต่างๆ บริษัท ค้าปลีก และหน่วยงานรัฐ ในประเทศญี่ปุ่น และยังจัดส่งอีก 1,500 คัน เพื่อเป็นรถยนต์ ที่ใช้ในกรมไปรษณีย์ของญี่ปุ่นอีกด้วย จากนี้ เราจะเดินหน้าศึกษาถึงแนวทางที่จะทำให้เกิดความสำเร็จในการใช้ยนตรกรรมไฟฟ้า ควบคู่กันไปกับการขยายสถานีชาร์จไฟและการสนับสนุน จากรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่อง โครงการศึกษานำร่องครั้งนี้

ทำให้เราได้มีโอกาสศึกษาความเป็นไปได้ ของการปรับใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อการพาณิชย์ สานต่อให้เกิดการสนับสนุนและการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายสำหรับประเทศไทยในอนาคต โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการใหม่ ด้านสิ่งแวดล้อม (The New Environmental Plan Package) ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ที่มีการกำหนดขอบข่ายของสังคมในอนาคตและทิศทางโครงการริเริ่มต่างๆ สู่เป้าหมายในปี 2593 และยังเป็นการสนับสนุนแผนริเริ่มส่งเสริมยนตรกรรมไฟฟ้าของรัฐบาลไทย ทั้งนี้ หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของแผนปฏิบัติการใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมดังกล่าว ก็คือ การเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 50% จากยอดจำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิทั้งหมดทั่วโลกในปี พ.ศ. 2573” มร. โคอิโตะ กล่าวเพิ่มเติม

 

 

ข่าวรถวันนี้ (16/07/21) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ลงนามเอ็มโอยูกับอีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ ศึกษานำร่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ เพื่อการพาณิชย์

มร. ฮอนดะ เรียวอิชิ ประธานกรรมการ และผู้อำนวยการ บริษัท ฮิตาชิ ทรานสปอร์ต ซิสเต็มส์ (สำนักงานใหญ่) และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะหนึ่งในบริษัทผู้นำในอุตสาหกรรมโลจิสติคส์ เรามีหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในขณะเดียวกัน ก็พิจารณาถึงวิธีการการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานไปพร้อมๆ กันด้วย เรามีความภาคภูมิใจที่ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับหนึ่งในบริษัทรถยนต์ชั้นนำ เพื่อส่งเสริมแนวคิดริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อมของเรา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและศักยภาพ ที่จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัย โครงการศึกษาครั้งนี้จะช่วยให้เรามีความเข้าใจและได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในการปฏิบัติงานของเราในอนาคต สอดคล้องกับเป้าหมายการเป็นบรรษัทพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นผู้นำในการสร้างความยั่งยืนทั้งในด้านอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม”

ภายใต้บันทึกความเข้าใจดังกล่าว อีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ จะใช้มิตซูบิชิ มินิแค็บ มีฟ ในการปฏิบัติงาน ส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าทุกวันเป็นเวลา 1 ปี รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นดังกล่าว เป็นรถยนต์ที่ได้รับการยอมรับด้านสมรรถนะการขับขี่และการบรรทุกสินค้า ตอบรับการขับขี่ที่เงียบสงบ ประหยัด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเพื่อรองรับการบรรทุกสินค้าที่หลากหลาย มิตซูบิชิ มินิแค็บ มีฟ ได้ถูกออกแบบให้สามารถบรรทุกสินค้าได้สูงสุด 350 กก. พร้อมผู้โดยสาร 2 คน พื้นที่เก็บสัมภาระเมื่อพับเบาะผู้โดยสารลงมีความยาว 2,685 มม. และประตูแบบสไลด์ ช่วยอำนวยความสะดวกในการขนถ่ายสินค้า

 

ข่าวรถวันนี้ (16/07/21) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ลงนามเอ็มโอยูกับอีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ ศึกษานำร่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ เพื่อการพาณิชย์

 

รถยนต์รุ่นนี้รองรับการชาร์จไฟแบบเร็วด้วยหัวชาร์จ CHAdeMO สามารถชาร์จไฟได้สูงสุด 80 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 35 นาที หรือด้วยการชาร์จไฟแบบปกติจนเต็มแบตเตอรี่ 100 เปอร์เซ็นต์ใช้เวลา 7 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีระบบคืนพลังงานขณะเบรก ที่จะช่วยแปลงพลังงานจากการเบรกเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ขณะขับขี่มิตซูบิชิ มินิแค็บ มีฟ ยังสามารถเป็นแหล่งพลังงาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ระบบนิเวศพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคต หรือ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ (Dendo Drive House) เหมือนกับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี อีกด้วย

โครงการศึกษานำร่องร่วมกับอีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ จะช่วยขับเคลื่อนแผนงานพัฒนายนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งเริ่มต้นด้วยการเปิดตัวมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ผลิตและเปิดตัวในประเทศไทย เมื่อปลายปี 2563 รถยนต์ รุ่นดังกล่าว เป็นรถเอสยูวี ปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดขายสูงที่สุดในโลก และเป็นยนตรกรรมที่ผสมผสาน ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ปล่อยมลพิษในระดับต่ำจนถึงศูนย์ และช่วยคลายความกังวลด้านระยะทางการขับขี่ พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมในระดับเดียวกับรถยนต์เอสยูวีที่ดีที่สุดในปัจจุบัน มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังเป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์ กับสถานการณ์ความพร้อมและความสะดวกสบายด้านโครงสร้างพื้นฐานของการชาร์จไฟฟ้าในปัจจุบัน มียอดขายรวมทั้งหมดจนถึงเดือนพฤษภาคม 2564 ของรถเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นนี้อยู่ที่ 283,038 คัน

ข่าวรถวันนี้ 21/06/21 : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ในกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยกระดับความเชื่อมั่นของลูกค้าในกรุงเทพฯ เพิ่มมากขึ้นด้วยการเปิดโชว์รูมรถยนต์ มิตซูบิชิ แห่งใหม่ภายใต้ชื่อ มิตซู นที ราชพฤกษ์ ดำเนินงานโดย บริษัท นที ออโตโมบิล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่บนถนนราชพฤกษ์ เขตภาษีเจริญ พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่ต้องการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย

 

 

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ มิตซู นที ราชพฤกษ์ เข้าสู่เครือข่ายผู้จำหน่ายของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยในปีที่ผ่านมาเรามีเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 240 แห่ง ทั้งนี้เรายังคงมุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่งในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องด้วยการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น เพื่อส่งมอบยานยนต์คุณภาพและการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า”

มิตซู นที ราชพฤกษ์ มีพื้นที่กว้างขวางขนาด 3 ไร่ สามารถจัดแสดงรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นต่างๆ ได้มากถึง 5 คัน มีพื้นที่สำหรับให้บริการซ่อมบำรุงพร้อมอุปกรณ์ที่ครบครันมากถึง 14 ช่องซ่อม และยังสามารถให้บริการซ่อมสีและตัวถังแก่ลูกค้าได้อีกด้วย โชว์รูมแห่งใหม่นี้ยังมีพนักงานที่พร้อมให้บริการลูกค้าในด้านต่างๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 150 ท่าน ที่ได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐานและพร้อมให้บริการแก่ลูกค้าเพื่อมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่มุ่งมั่นยกระดับการให้บริการเพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า พร้อมความสะดวกสบายในการให้บริการแบบ ‘วันสต็อปเซอร์วิส’

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ในกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง

 

พร้อมกันนี้ มิตซู นที ราชพฤกษ์ ยังได้ร่วมฉลองการครบรอบ 60 ปี ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ด้วยแคมเปญพิเศษ ‘มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย ฉลอง 60 ปี แจก 60 ล้าน’ เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ได้ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2564 เพื่อลุ้นรับรางวัลใหญ่ ทองคำแท่งหนัก 60 บาท มูลค่า 1,638,000 บาท จำนวน 6 รางวัล และของรางวัลอื่นๆ อาทิ ทองคำแท่งหนัก 6 บาท จำนวน 60 รางวัล ทีวี SAMSUNG รุ่น QLED Smart 4K 65 นิ้ว จำนวน 400 รางวัล และ โทรศัพท์มือถือ iPhone 12 64GB จำนวน 800 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 60 ล้านบาท

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ในกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง

 

มิตซู นที ราชพฤกษ์ พร้อมให้บริการลูกค้าทุกท่านแล้วด้วยบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม โดยภายในโชว์รูมและศูนย์บริการยังตกแต่งด้วยดีไซน์มาตรฐานเดียวกันทั่วโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่พร้อมมุ่งมั่นในการส่งมอบยานยนต์คุณภาพ การบริการ และประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลและร่วมค้นหาความสำเร็จใหม่ๆ ภายใต้แนวคิดแบรนด์ระดับโลก ‘Drive your Ambition’

มิตซู นที ราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ที่ 208 ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 10160 โทร. 0-2457-2288

ข่าวรถวันนี้ 17/06/21 : มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยานยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด เพื่อการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน

ตามรายงานสภาพภูมิอากาศโลกขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่าอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกในปี 2563 ที่ผ่านมา มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าค่าเฉลี่ยของระดับที่ปลอดภัยประมาณ 1.2 องศาเซลเซียส โดยตัวเลขดังกล่าวหมายถึง ‘ระดับที่ใกล้อันตราย’ ที่ต้องไม่สูงเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ตามที่เหล่านักวิทยาศาสตร์ได้กำหนดไว้ เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาหกปีนับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา เป็นช่วงเวลาที่โลกมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ช่วงต้นของทศวรรษจนถึงปีนี้ยังถือเป็นปีที่โลกมีอุณหภูมิสูงที่สุดเท่าที่เคยปรากฏมาอีกด้วย

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยานยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด เพื่อการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน

 

ที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ได้ดำเนินการนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อร่วมรณรงค์ในการลดภาวะโลกร้อนและยังมุ่งมั่นส่งเสริมการขับเคลื่อนในแบบที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่ต้องการ ‘สร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้นด้วยสมรรถนะแห่งการขับเคลื่อน’ พร้อมด้วยพันธกิจด้าน ‘ความมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อตอบแทนสังคมในแบบที่ยั่งยืน’ ด้วยเหตุผลดังกล่าว มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น จึงได้กำหนดแผนงานด้านสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดทิศทางในการสร้างสรรค์สังคมให้ดียิ่งขึ้นในอีก 30 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้แผนงานด้านสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ ยังได้คำนึงถึงการประเมินวัฏจักรของยานยนต์ (Life Cycle Assessment หรือ LCA) ที่พิจารณาถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดกระบวนของขั้นตอนการผลิตรถยนต์ โดยการพิจารณาจะเริ่มตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนของรถยนต์ หรือ รถยนต์ทั้งคัน ตั้งแต่กระบวนการจัดหาวัตถุดิบสำหรับขั้นตอนการผลิตชิ้นส่วน การผลิตรถยนต์ การประกอบรถยนต์ การขับขี่ การผลิตเชื้อเพลิง และการกำจัด เพื่อทราบถึงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดจากกระบวนการต่างๆ

โดยการประเมินวัฏจักรของยานยนต์ดังกล่าว ถูกนำมาใช้เพื่อการพัฒนาปรับปรุงในด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มีมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านกระบวนการผลิตชิ้นส่วน เทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งรถยนต์รุ่นใหม่ต่างๆ โดยเปรียบเทียบกับปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิตชิ้นส่วนและรถยนต์แบบดั้งเดิม มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คือ ตัวอย่างสำคัญของรถยนต์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้น้อยลงเมื่อเทียบกับรถยนต์แบบทั่วไป และยังช่วยรักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของมนุษยชาติ ทั้งนี้การประเมินวัฏจักรของยานยนต์ยังได้ถูกนำไปใช้กับกระบวนการผลิตรถยนต์รุ่นปัจจุบัน เพื่อใช้ในการศึกษาถึงแนวทางการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ๆ ในอนาคต รวมทั้งการปรับลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วยและเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยานยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด เพื่อการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน

 

(UNEP) ได้กำหนดแนวคิดในปีนี้ ได้แก่ ‘การฟื้นฟูระบบนิเวศ’ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมให้ทุกคนปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และตระหนักถึงความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมร่วมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์สำหรับคนรุ่นต่อๆ ไป โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต เพื่อร่วมกันลดการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติและหยุดการทำลายสิ่งแวดล้อม มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีอัตราการปล่อยไอเสียที่ต่ำ และยังถูกออกแบบขึ้นบนพื้นฐานของเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 52.6 กม.ต่อลิตร(3) หรือ 1.9 ลิตรต่อ 100 กม.(3) ตามมาตรฐาน NEDC(4) และยังมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับที่ต่ำเพียง 43 กรัมต่อกม.

ทั้งนี้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังเป็นรถยนต์แบบปลั๊กอินไฮบริดที่ขายดีที่สุดในโลก ที่มีจำหน่ายแล้วกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ด้วยยอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกมากกว่า 832,000 คัน เมื่อสิ้นสุดเดือนพฤษภาคมปี 2564 ที่ผ่านมา จึงถือเป็นยานยนต์ทางเลือกที่ดีที่สุดในปัจจุบันสำหรับการขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะด้วยอุปสรรคและข้อจำกัดในด้านระยะทางการขับขี่ กอปรกับสถานีชาร์จไฟฟ้าที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงส่งผลให้การใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) ยังคงมีอุปสรรคและข้อจำกัดอยู่มากมาย แม้ว่าจะปลอดจากมลภาวะทางอากาศก็ตาม

ทั้งนี้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังเป็นรถยนต์รุ่นแฟล็กชิพที่สำคัญและแสดงถึงความเชี่ยวชาญของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้งในด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านพลังงานไฟฟ้า ยานยนต์อเนกประสงค์ และเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ส่งผลให้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล มีความต่อเนื่องและเงียบ พร้อมอัตราการเร่งแซงที่ยอดเยี่ยมและทรงพลัง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยานยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด เพื่อการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน

 

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถขับขี่ได้ทั้งในโหมดไฟฟ้า (EV) สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และยังสามารถเป็นรถยนต์แบบไฮบริด (HEV) สำหรับการเดินทางระยะไกล พร้อมสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้ขับขี่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จไฟฟ้า มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถยนต์ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพอากาศและทุกสภาพถนน

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดสูงสุดถึง 1,500 วัตต์ ด้วยการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถที่มีอยู่ 2 จุด เพื่อให้สามารถสัมผัสกับไลฟ์สไตล์กลางแจ้งรูปแบบใหม่ และยังสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าสำรองเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือ กรณีที่ไฟฟ้าดับ เพราะ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เอง และยังสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ที่พักอาศัยด้วยเทคโนโลยีระบบพลังงานแบบ Vehicle-to-Home (V2H) ได้นานถึง 10 วัน(5) สำหรับครัวเรือนทั่วไป โดยแบตเตอรี่ต้องถูกชาร์จไฟเต็มและมีน้ำมันเต็มถัง

ดังนั้น มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี จึงถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการขับเคลื่อนในแบบที่ยั่งยืน เพราะเป็นยานยนต์ที่สามารถใช้งานได้จริง มีความทนทาน มีประสิทธิภาพ มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำ และเป็นรถยนต์พีเอชอีวี สัญชาติญี่ปุ่นรุ่นแรกที่ถูกผลิตขึ้นในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยที่กำลังมองหารถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม.

 

 

ข่าวรถวันนี้ : 5 เหตุผลที่คุณควรเป็นเจ้าของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี

หลายเหตุผลที่ส่งผลให้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เป็นรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก นอกจากพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ความอเนกประสงค์ในการใช้งาน และความประหยัด ความสำเร็จของรถเอสยูวีรุ่นนี้ยังมาจากระบบขับเคลื่อนที่ทรงพลังและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมทั้งบนถนนปกติและทางขรุขระ

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี โดดเด่นด้วยความหรูหรา พร้อมความสะดวกสบายสำหรับทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน ห้องโดยสารขนาดใหญ่สามารถรองรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว เพื่อการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์สำหรับทุกจุดหมายด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้น ปราศจากความกังวลด้านระยะทางการขับขี่ อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ปลอดมลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่มีเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับการเดินทางที่ไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าไลฟ์สไตล์ของคุณจะเป็นแบบใด มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งาน พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยคุณสมบัติดังนี้

 

ข่าวรถวันนี้ : 5 เหตุผลที่คุณควรเป็นเจ้าของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี

1. นี่คือ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รุ่นล่าสุด

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ถูกผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่1 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 หรือ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป 2020 โดยรถเอสยูวีรุ่นดังกล่าวถือเป็น มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รุ่นล่าสุดของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ที่ยังจำหน่ายทั่วโลก และเป็นรถยนต์รุ่นแฟล็กชิพที่สำคัญที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้งในด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านพลังงานไฟฟ้า ยานยนต์อเนกประสงค์ และเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ส่งผลให้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล มีความต่อเนื่องและเงียบ พร้อมอัตราการเร่งแซงที่ยอดเยี่ยมและทรงพลัง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

2. ประสบความสำเร็จและได้รับรางวัลจากทั่วโลก

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของโลก แต่เป็นรถพีเอชอีวีที่ขายดีที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน พร้อมตอกย้ำอีกครั้งในการเป็นผู้นำรถเอสยูวีแบบพีเอชอีวีที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในยุโรปด้วยยอดจำหน่ายมากถึง 26,673 คัน ในปี 2563 ที่ผ่านมา อีกทั้ง มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังได้ถูกจำหน่ายไปแล้วมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และมียอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกมากถึง 270,000 คัน เมื่อสิ้นสุดเดือนธันวาคมปี 2563 ที่ผ่านมา

สำหรับประเทศไทย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถคว้ารางวัล “รถเอสยูวีแบบไฮบริด เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเจ็ดรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี 2564 ที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้รับในปี 2564 นี้ โดยครอบคลุมรถยนต์ทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่มุ่งมั่นนำเสนอรถยนต์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าชาวไทย ทั้งในด้านสมรรถนะ ความปลอดภัย และคุณภาพ

 

ข่าวรถวันนี้ : 5 เหตุผลที่คุณควรเป็นเจ้าของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี

3. ไม่ใช่แค่เพียงรถยนต์ แต่เป็นไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดสูงสุดถึง 1,500 วัตต์ ด้วยการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถที่มีอยู่ 2 จุด เพื่อให้สามารถสัมผัสกับไลฟ์สไตล์กลางแจ้งรูปแบบใหม่ และยังสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าสำรองเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือ กรณีที่ไฟฟ้าดับ เพราะ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เอง และยังสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ที่พักอาศัยด้วยเทคโนโลยีระบบพลังงานแบบ Vehicle-to-Home (V2H) ได้นานถึง 10 วัน(1) สำหรับครัวเรือนทั่วไป โดยแบตเตอรี่ต้องถูกชาร์จไฟเต็มและมีน้ำมันเต็มถัง

สำหรับเทคโนโลยี V2H คือ แนวคิดเดียวกันกับ ‘เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์’ ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งในภาษาญี่ปุ่น “เดน” หมายถึง “ไฟฟ้า” และ “โด” หมายถึง “การขับขี่” เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ คือ ชุดระบบไฟฟ้าที่ออกแบบมาสำหรับที่พักอาศัย ประกอบด้วย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี, อุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้าแบบเทคโนโลยี, แผงโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่สำหรับที่พักอาศัย โดยระบบ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อนำไฟฟ้าไปชาร์จให้กับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี และในทางกลับกันยังสามารถดึงกระแสไฟฟ้าจากรถ เพื่อนำกลับไปใช้ในที่พักอาศัย โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยลดการบริโภคพลังงานไฟฟ้าและยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน กรณีที่ไฟฟ้าดับ และเพื่อใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ อีกมากมาย

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ช่วยทำให้ทุกกิจกรรมเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยความอเนกประสงค์และสมรรถนะการขับขี่ที่สามารถไปได้ทุกสถานที่ พร้อมความประหยัดที่ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสได้ รวมถึงความสะดวกสบายและความหรูหราระดับพรีเมียมที่เหนือกว่ารถในระดับเดียวกัน

การชาร์จไฟฟ้าของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถทำได้อย่างสะดวกง่ายดาย ด้วยวิธีการชาร์จไฟฟ้าที่หลากหลาย โดยลูกค้าสามารถเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน หรือ การชาร์จไฟฟ้าผ่านเครื่องชาร์จที่ใช้ในที่พักอาศัย หรือ สถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะทั่วไป โดยการชาร์จไฟฟ้าแบบปกติจนเต็มจะใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมง และการชาร์จไฟแบบเร็วด้วยหัวชาร์จแบบ CHAdeMO ที่สามารถอัดประจุไฟฟ้าได้ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 25 นาที

พร้อมกันนี้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังมาพร้อมกับระบบเบรกรีเจนเนอร์เรทีฟ ที่สามารถชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับไปยังแบตเตอรี่ได้ในขณะที่ถอนคันเร่ง หรือ เหยียบเบรก รวมทั้ง ชาร์จโหมด ที่สามารถชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับไปยังแบตเตอรี่ได้จนเกือบเต็มในขณะขับขี่ ซึ่งทำให้ยังมีไฟฟ้าเหลืออยู่ในแบตเตอรี่เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง

4. เทคโนโลยีเหนือระดับและหมดกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เหนือกว่ารถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดทั่วไปในปัจจุบันเพราะ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถขับขี่ได้ทั้งในโหมดไฟฟ้า (EV) สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และยังสามารถเป็นรถยนต์แบบไฮบริด (HEV) สำหรับการเดินทางระยะไกล พร้อมสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้ขับขี่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จไฟฟ้า มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถยนต์ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพอากาศและทุกสภาพถนน

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมพร้อมอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ต่ำเพียง 52.6 กม.ต่อลิตร(2) ตามมาตรฐาน NEDC(3) มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำที่ 43 กรัมต่อกม.(2) พร้อมอัตราเร่งและแรงบิดที่ดีเยี่ยม หมดกังวลเรื่องระยะทางการขับขี่ ประหยัดน้ำมัน พร้อมการขับขี่ที่นุ่มนวล ห้องโดยสารเงียบ และสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย “พลังงานสองรูปแบบ” ที่ได้จากการชาร์จกระแสไฟฟ้าและน้ำมันแบนซินที่สามารถรองรับได้ถึง E20

พร้อมกันนี้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังครบครันด้วยเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน อาทิ ระบบสัญญาณเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA) ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSW) พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (AHB) โดยระบบล็อกความเร็ว

แบบแปรผันอัตโนมัติ (ACC) ไม่ได้ทำหน้าที่แต่เฉพาะรักษาระดับความเร็วให้คงที่เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ตรวจจับรถคันหน้า พร้อมควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยจนถึงหยุดนิ่ง

 

ข่าวรถวันนี้ : 5 เหตุผลที่คุณควรเป็นเจ้าของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี

5. ใช้งานง่ายปราศจากความกังวล

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี มีทั้งหมด 2 รุ่น และมีสีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond(4), สีเงิน Sterling Silver และสีดำ Jet Black Mica โดยรุ่นเริ่มต้น รุ่น จีที มีราคาจำหน่ายที่ 1,640,000 บาท และรุ่น จีที พรีเมียม มีราคาจำหน่ายที่ 1,749,000 บาท โดยทั้ง 2 รุ่น ลูกค้าสามารถมั่นใจและหมดความกังวลในด้านค่าบำรุงรักษาด้วยแพ็กเกจ วอรี่ ฟรี (worry-free) ประกอบด้วย ฟรี รับประกันแบตเตอรี่และระบบ EV ปลั๊กอินไฮบริด 10 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร(5) ฟรี มิตซูบิชิ เซอร์วิส แพ็กเกจ 5 ปี, ฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. นาน 5 ปี, ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี, ฟรี รับประกันคุณภาพพร้อมค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี และรับค่าสนับสนุนการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อชาร์จไฟฟ้าที่บ้านรวมมูลค่าสูงสุด 20,000 บาท(6)

ข่าวรถวันนี้ : หมดห่วงเรื่องสถานีชาร์จ! เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถชาร์จได้ที่ PEA VOLTA กว่า 32 แห่ง พร้อมแผนขยายรวมทั้งสิ้น 73 แห่ง ทั่วประเทศในปี 2564

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิฯ ยืนยัน เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ชาร์จได้ที่ PEA VOLTA กว่า 32 แห่ง

 

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสร้างความมั่นใจเรื่องสถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย โดยสามารถชาร์จไฟฟ้าได้ที่สถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA ทั่วประเทศ โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และสถานีบริการน้ำมันบางจาก โดยปัจจุบันสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA ได้เปิดให้บริการแล้วกว่า 32 แห่ง แบ่งเป็นพื้นที่ของ PEA จำนวน 14 แห่ง และในพื้นที่สถานีบริการน้ำมันบางจากอีกจำนวน 18 แห่ง โดยมีแผนขยายสถานีเพิ่มจนครบ 73 แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2564 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงผู้ใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี โดยรองรับการชาร์จไฟฟ้าแบบเร็วด้วยหัวชาร์จ CHAdeMO อีกด้วย

สถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA เปิดให้บริการทุกวัน 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ (ยกเว้นสถานีในสำนักงาน PEA ได้แก่ PEA VOLTA สำนักงานใหญ่, พระนครศรีอยุธยา, รังสิต, ปากช่อง, นครราชสีมา, นครชัยศรี, สมุทรสาคร, ชลบุรี, เขาย้อย, หัวหิน ที่เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 20.00 น.)

นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถใช้บริการตรวจสอบสถานีที่ให้บริการได้ผ่าน PEA VOLTA application บนสมาร์ทโฟนและแท็บเลต ทำให้สามารถค้นหาตำแหน่งสถานีเพื่อนำทางไปยังสถานีนั้น ๆ ได้อย่างแม่นยำ ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและรถพีเอชอีวียังสามารถชำระค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าผ่านระบบการเติมเงินได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และรวดเร็ว อีกด้วย

สำหรับแผนการขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA ในอนาคต จะดำเนินการต่อเนื่องตลอดปี พ.ศ. 2564 ครอบคลุมทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 73 แห่ง โดยหลังจากนี้จะมีการเปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA เพิ่มเติมอีก 41 แห่ง เพื่อให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถเข้าถึงบริการสถานีหัวจ่ายอัดประจุไฟฟ้าได้ง่าย ทั้งบนถนนหลักสู่เมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญครอบคลุมทั่วประเทศไทย ซึ่งผู้ใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ก็สามารถชาร์จไฟฟ้าได้จากสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA ด้วยเช่นกัน

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิฯ ยืนยัน เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ชาร์จได้ที่ PEA VOLTA กว่า 32 แห่ง

 

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ของเราสามารถใช้พลังงานแบบไฮบริด โดยไม่ต้องชาร์จไฟฟ้า แต่อย่างไรก็ตามมีการเพิ่มจุดเด่นที่น่าดึงดูดใจด้วยความสามารถในการชาร์จและขับขี่ในโหมดไฟฟ้าได้อีกด้วย นอกจากนี้เรายังได้นำ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เข้าร่วมในงานเปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA เพื่อให้ผู้สนใจได้สัมผัสและทดลองชาร์จไฟฟ้าจากสถานี PEA VOLTA เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกสบายในการหาสถานีชาร์จไฟฟ้าให้กับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ซึ่งก่อนหน้านี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อเร่งผลักดันให้เกิดการใช้ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย โดยความร่วมมือนี้จะยกระดับประสบการณ์ของผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าชาวไทย ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือของ PEA เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสามารถค้นหาสถานีชาร์จทั่วประเทศได้อย่างสะดวกสบายและง่ายยิ่งขึ้น

“ลูกค้าสามารถนำ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เข้าไปใช้บริการชาร์จไฟฟ้าได้ที่จุดบริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า PEA VOLTA สถานีอัดประจุไฟฟ้า MEA และสถานีอัดประจุไฟฟ้า EGAT รวมถึงสามารถเข้ารับบริการชาร์จไฟฟ้า แบบเร็ว (Quick Charge) ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ให้จำหน่าย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี โดยลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน หรือเช็คข้อมูลผ่าน M-Drive Application” มร. โคอิโตะ กล่าวเสริม

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิฯ ยืนยัน เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ชาร์จได้ที่ PEA VOLTA กว่า 32 แห่ง

 

 

สำหรับการชาร์จไฟแบตเตอรี่ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ทำได้สะดวกและง่ายดายด้วยวิธีการชาร์จไฟฟ้า ที่หลากหลาย เพียงเสียบชาร์จเข้ากับปลั๊กไฟที่บ้าน ซึ่งการชาร์จรูปแบบปกติ (Normal Charge) ให้กำลังไฟ 100% ในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง หรือขับไปชาร์จยังสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ให้บริการนอกสถานที่ โดยการชาร์จไฟแบบเร็ว (Quick Charge) ด้วยหัวชาร์จ CHAdeMO ให้กำลังไฟ 80% ในเวลาประมาณ 25 นาที หรือจะชาร์จโดยวิธีการกดปุ่ม Save/Charge ภายในรถก็สามารถชาร์จไฟได้ในเวลาประมาณ 40-45 นาที ให้กำลังไฟเกือบเต็ม โดยการทำงานของเครื่องยนต์ทั้งขณะขับขี่หรือในขณะรถจอด คลายกังวลเรื่องข้อจำกัดของระยะทางการขับขี่ ไปได้เลย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เป็นเอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี โมเดลล่าสุดที่เปิดตัวในประเทศไทย เมื่อปีที่ผ่านมา เป็นผู้นำรถเอสยูวีแบบปลั๊กอินไฮบริดที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีจำหน่ายแล้วกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และมียอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกมากถึง 281,000 คัน เมื่อสิ้นสุดเดือนเมษายนปี พ.ศ. 2564 ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง.

ข่าวรถวันนี้ (23/05/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมใจช่วยโควิด-19 ผ่าน มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ส่งมอบน้ำดื่ม และหน้ากากอนามัย N95 พร้อมลังกระดาษสร้างเตียงสนามกระดาษ ช่วยเหลือผู้ป่วย-บุคลากรทางการแพทย์เร่งด่วน

ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักวิศวกรรมการผลิต มอบลังกระดาษจำนวน 10 ตัน ให้แก่ บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิเอสซีจี นำไปสร้างเป็นเตียงสนามกระดาษ เพื่อใช้ในโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลที่มีความต้องการเร่งด่วนทั่วประเทศ โดยมี นายขวัญชัย บุตรคำ (ขวา) เป็นผู้แทนบริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) รับมอบ ณ โรงงานอัดกระดาษ สาขา ปิ่นทอง จังหวัดชลบุรี

 

ข่าวรถวันนี้ (23/05/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมใจช่วยโควิด-19

 

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศไทย จึงได้นำน้ำดื่ม และหน้ากากอนามัย N95 มอบให้กับโรงพยาบาล 6 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดชลบุรี เพื่อส่งมอบอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อให้บุคลากรทางการแพทย์ พร้อมมอบลังกระดาษจำนวน 10 ตัน ให้กับ บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิเอสซีจี นำไปสร้างเป็นเตียงสนามกระดาษ เพื่อใช้ในโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลที่ประสบปัญหาเตียงรองรับผู้ป่วยไม่เพียงพอ และมีความต้องการเตียงอย่างเร่งด่วนทั่วประเทศ ภายใต้ “โครงการมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ช่วยหมอ ต่อชีวิต สู้ภัยโควิด-19”

มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยึดมั่นในปณิธานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม “สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย” ผ่านการดำเนินโครงการเพื่อสังคมใน 3 ด้านหลักสำคัญ ได้แก่ 1) สิ่งแวดล้อม 2) สุขภาพและชีวอนามัย 3) การศึกษาและจริยธรรม โดยบริษัทฯ ได้มีการจัดตั้ง “มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย” ขึ้นในฐานะองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เพื่อมุ่งมั่นดำเนินงานด้านกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว อันนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย และการขับเคลื่อนพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน

 

ข่าวรถวันนี้ (23/05/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมใจช่วยโควิด-19

 

“มีคนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 บริษัทฯ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าวฯ จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือด้วยการส่งมอบลังกระดาษ เพื่อนำไปสร้างเป็นเตียงสนามกระดาษ ช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเร่งด่วน รวมถึงการนำน้ำดื่ม และหน้ากากอนามัย N95 ไปมอบให้โรงพยาบาล เพื่อส่งมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ผู้อุทิศตน เสียสละดูแลผู้ป่วยได้มีอุปกรณ์ป้องกันที่มีประสิทธิภาพใช้ขณะทำงาน และเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี พนักงานยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเงินเข้ามูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์โควิด-19 อีกด้วย พร้อมกันนี้พวกเราชาวมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ขอส่งมอบกำลังใจให้ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่อย่างปลอดภัย” มร. โคอิโตะ กล่าวเพิ่มเติม

ในการนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้มอบลังกระดาษจำนวน 10 ตัน ให้กับ บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิเอสซีจี เพื่อนำไปสร้างเป็นเตียงสนามกระดาษที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% ที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ รองรับการใช้งานของสรีระของคนเอเชีย น้ำหนักเบา ประหยัดพื้นที่ในการขนส่งและการจัดเก็บ ประกอบง่ายใน 8 นาที ทั้งนี้เมื่อสร้างเตียงสนามกระดาษเสร็จเรียบร้อยแล้วจะทำการส่งมอบต่อให้กับโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อนำไปให้ผู้ป่วยโควิด-19 ใช้นอนพักรักษาตัวขณะอยู่ที่โรงพยาบาล

 

ข่าวรถวันนี้ (23/05/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมใจช่วยโควิด-19

 

ในขณะเดียวกัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้นำน้ำดื่มจำนวน 2,600 แพ็ค และหน้ากากอนามัย N95 จำนวน 4,800 ชิ้น ไปมอบให้กับโรงพยาบาล 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสนามจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลบางละมุง โรงพยาบาลแหลมฉบัง โรงพยาบาลวิภาราม แหลมฉบัง และโรงพยาบาลชลบุรี เพื่อสนับสนุนการทำงานและป้องกันการติดเชื้อในบุคลากรทางการแพทย์

นอกจากนี้ จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการ โดยร่วมกับเครือข่าย ผู้จำหน่ายในการส่งมอบเครื่องช่วยหายใจจำนวน 7 เครื่อง และชุดอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ หรือ PPE จำนวน 1,400 ชุด พร้อมด้วยหน้ากาก N95 จำนวน 4,000 ชิ้น ให้แก่ โรงพยาบาล 6 แห่ง ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด โดยยอดบริจาคส่วนหนึ่งนำมาจากการร่วมแรงร่วมใจของพนักงานฯ และจากการจำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ รวมถึงโครงการผลิตเครื่องอบฆ่าเชื้อ UV-C เพื่อมอบให้แก่โรงพยาบาล 4 แห่งในจังหวัดชลบุรี เพื่อใช้สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ทางการแพทย์อีกด้วย.

ข่าวรถวันนี้ (29/04/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ คุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินชื่อดังสร้างสรรค์รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น

 

ข่าวรถวันนี้ (29/04/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ คุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินชื่อดังสร้างสรรค์รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ คุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินชื่อดังสร้างสรรค์รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น’ เป็นความร่วมมือกันที่เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส และความสามารถในการออกแบบของคุณรักกิจ ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานการดีไซน์ที่โดดเด่น ด้วยสีสันสุดตระการตาและเหนือระดับกว่ารถกระบะทั่วไป เพื่อมอบให้แก่ลูกค้าที่ชอบในสไตล์ที่แตกต่าง

ข่าวรถวันนี้ (29/04/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ คุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินชื่อดังสร้างสรรค์รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น

มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น’ เผยโฉมสู่สายตาสาธารณชนครั้งแรกที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2021 ครั้งที่ 42 ที่ผ่านมา ซึ่งได้พัฒนาบนพื้นฐานรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน เมกะแค็บ และถือเป็นหนึ่งในรถยนต์รุ่นพิเศษเพื่อร่วมฉลองครบรอบ 60 ปี ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย

สำหรับเหตุผลที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมมือกับ คุณรักกิจ ควรหาเวช เนื่องจากคุณรักกิจ ถือเป็นศิลปิน ผู้ที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์คิดค้นผลงานใหม่ๆ ในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้ และการยืนหยัดเพื่อสร้างสรรค์พัฒนาสิ่งใหม่ๆ เช่นเดียวกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่มุ่งมั่นในการก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อการคิดค้นพัฒนายานยนต์และบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าภายใต้แนวคิดระดับโลก ‘Drive your Ambition’ ที่มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้า พร้อมสร้างแรงบันดาลใจ และพลังการขับเคลื่อนเพื่อมุ่งสู่ทุกจุดหมายอย่างมุ่งมั่น

ข่าวรถวันนี้ (29/04/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ คุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินชื่อดังสร้างสรรค์รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น

โดยคุณรักกิจ ถือเป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์และศิลปินสตรีทอาร์ทชื่อดังที่มีความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ศิลปะแนวเรขาคณิตที่มีสไตล์เฉพาะตัวพร้อมเอกลักษณ์ที่โดดเด่น โดยคุณรักกิจ ยังมีประสบการณ์ในการร่วมงานกับแบรนด์สินค้าชั้นนำระดับโลกมากมาย เพื่อการนำเสนอเอกลักษณ์ความแตกต่างของงานดีไซน์ที่ไร้ขีดจำกัด

“ผมมีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์และออกแบบผลงานศิลปะที่ไร้ขีดจำกัดด้วยเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของผมเอง สำหรับแรงบันดาลใจในการออกแบบรถกระบะรุ่นพิเศษนี้มาจากเทพไทรทัน ซึ่งเป็นบุตรของโพไซดอน เทพเจ้าแห่งท้องทะเล ตามตำนานกรีกโบราณ ด้วยลายเส้นในการออกแบบที่แข็งแกร่งและสีสันที่สวยงาม ลายเส้นของเทพไทรทันสร้างสรรค์ให้ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น’ มีความแข็งแกร่งและทรงพลังมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมภายใต้แนวคิด ‘The Great Triton’ รถกระบะรุ่นพิเศษนี้จึงเปี่ยมด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อนและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์” คุณรักกิจ กล่าว

ข่าวรถวันนี้ (29/04/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ คุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินชื่อดังสร้างสรรค์รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น

มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น’ พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “แกร่ง ลุยทุกอุปสรรค” เช่นเดียวกับรถกระบะไทรทันทุกรุ่น ผสานความแข็งแกร่งและความทนทาน ที่ผนวกเข้ากับความมีสไตล์ตามแบบฉบับการใช้งานในเมือง ภายในห้องโดยสารติดตั้งเครื่องเสียงพร้อมหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้วรุ่นใหม่ รองรับการใช้งานแอปเปิล คาร์เพลย์(1) และแอนดรอยด์ ออโต้(2)

ขุมพลังขับเคลื่อนที่ได้รับการพิสูจน์แล้วจากทั่วโลกทั้งในด้านความแข็งแกร่งและทรงพลัง ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลแบบคอมมอนเรล 2.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมเทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ มีสมรรถนะสูงและขับขี่อย่างนุ่มนวลด้วยระบบเกียร์ที่ทนทาน พร้อมระบบความปลอดภัย อาทิ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบเบรก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) และระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก

ข่าวรถวันนี้ (29/04/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ คุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินชื่อดังสร้างสรรค์รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น

มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น’ มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 647,000(3) บาท โดยมีสีภายนอกให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีส้ม Sunflare Orange สีขาว Solid White และสีดำ Jet Black Mica ทุกสีมาพร้อมหลังคาสีดำ ทั้งนี้ลูกค้าทุกท่านสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของเราในแบบที่ยั่งยืน ด้วยการซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น’ ซึ่งเป็นรถกระบะรุ่นพิเศษฉลองครบ 60 ปี ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยบริษัทฯ จะบริจาคเงินจำนวน 2,000(4) บาท ต่อคัน เพื่อร่วมบริจาคเงินให้แก่องค์การกุศลใน 3 หัวข้อหลักตามปณิธานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้แก่ ด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขอนามัยและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทยข่าวรถวันนี้ (29/04/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ คุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินชื่อดังสร้างสรรค์รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘รักกิจ เอดิชั่น

ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์ มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ หรือ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ที่เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวรถวันนี้ (16/04/2021) : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สหราชอาณาจักร ได้จัดการประมูลออนไลน์รถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นคลาสสิครวม 14 คัน โดยการประมูลออนไลน์ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เมษายน 2564 นี้

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สหราชอาณาจักร ได้จัดการประมูลออนไลน์รถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นคลาสสิครวม 14 คัน โดยการประมูลออนไลน์ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เมษายน 2564 นี้

 

รถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นคลาสสิคทั้ง 14 คัน ประกอบด้วย ‘มิตซูบิชิ โคลท์ ทรานเซอร์’ และ ‘มิตซูบิชิ โคลท์ กาแลนท์’ ซึ่งเป็นรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นแรกๆ ที่จำหน่ายในสหราชอาณาจักร พร้อมกันนี้ยังได้จัดแสดงรถสปอร์ตคลาสสิค รุ่นยอดนิยมในปี 1980 และ 1990 อย่าง ‘มิตซูบิชิ สตาร์เลี่ยน เทอร์โบ’ และ ‘มิตซูบิชิ 3000 จีที’ หรือ ‘จีทีโอ’ พร้อมด้วย ‘รถจี๊ป มิตซูบิชิ’ รุ่นแรก และ ‘มิตซูบิชิ โชกุน’ หรือ ‘ปาเจโร’ รุ่นที่สอง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์รถอเนกประสงค์ในตำนานที่ได้สร้างชื่อเสียงให้แก่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มาอย่างยาวนาน

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สหราชอาณาจักร ได้จัดการประมูลออนไลน์รถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นคลาสสิครวม 14 คัน โดยการประมูลออนไลน์ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เมษายน 2564 นี้

 

ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สหราชอาณาจักร ยังได้จัดแสดงหนึ่งในสุดยอดยานยนต์สมรรถนะ เจ้าแห่งสนามเวิลด์แรลลี่แชมเปี้ยนชิพ อย่าง ‘มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชัน’ จำนวน 3 คัน โดย มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชัน ทั้งสามคันดังกล่าวมีการใช้งานที่น้อยและยังได้รับการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยม พร้อมกันนี้หนึ่งในนั้นถือเป็นรุ่นไฮไลท์ของการประมูลในครั้งนี้ ได้แก่ ‘รุ่น ทอมมี่ มาคิเน่น อิดิชั่น’ โดยเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา รถคันดังกล่าวได้ถูกประมูลรวมกันทั้งสิ้น 46 ครั้ง และสามารถจบที่ราคาประมูลสูงถึง 3.35 ล้านบาท

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สหราชอาณาจักร ได้จัดการประมูลออนไลน์รถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นคลาสสิครวม 14 คัน โดยการประมูลออนไลน์ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เมษายน 2564 นี้

 

โดยการประมูลในครั้งนี้ ยังได้จัดแสดงรถยนต์ ‘มิตซูบิชิ กาแลนท์ จีทีไอ’ ที่สร้างความสำเร็จมากมายให้กับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จากการแข่งขันแรลลี่หลายรายการในสหราชอาณาจักร และ ‘มิตซูบิชิ กาแลนท์ วีอาร์โฟว์’ ที่สามารถคว้าแชมป์จากการแข่งขันแรลลี่รายการ อาร์เอซี ปี 2550 และปี 2551 รวมทั้ง ‘มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีโวลูชัน’ ผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันในรายการแรลลี่ บริติส แชมเปี้ยนชีพ ปี 2554 โดยการประมูลออนไลน์ดังกล่าวมีกำหนดจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เมษายน 2564 นี้.

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ โออาร์ ประกาศ 3 รายชื่อผู้โชคดี รับรางวัลเครื่องชาร์จ ULTRA EV Gen 1

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ โออาร์ ประกาศ 3 รายชื่อผู้โชคดี รับรางวัลเครื่องชาร์จ ULTRA EV Gen 1

 

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด โดย นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ (ที่ 5 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ อาวุโส สายงานขายภายในประเทศ บริการหลังการขาย และ การพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย และ มร. เคน อิโตะ (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานขาย พร้อมด้วย นายชัยพฤฒิ วัชรีคุปต์ (ที่ 4 จากขวา) ผู้จัดการฝ่ายตลาดรัฐและพาณิชย์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ร่วมให้เกียรติมอบรางวัลให้แก่ผู้โชคดี รับเครื่องชาร์จ Ultra EV Gen 1 (รุ่น 3.7 kW) มูลค่า 64,900 บาท จำนวนทั้งสิ้น 3 รางวัล รวมมูลค่า 194,700 บาท(1) ณ บูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีรายชื่อผู้โชคดีดังต่อไปนี้

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ โออาร์ ประกาศ 3 รายชื่อผู้โชคดี รับรางวัลเครื่องชาร์จ ULTRA EV Gen 1

  1. นายธนกร ตนานุวัฒน์
  2. นายเฮา หวู
  3. นายบัณฑิต ชัยศิลบุญ

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับ โออาร์ ประกาศ 3 รายชื่อผู้โชคดี รับรางวัลเครื่องชาร์จ ULTRA EV Gen 1

 

กิจกรรมจับรางวัลนี้เป็นแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่จัดขึ้นระหว่างงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 หรือ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป ในปี พ.ศ. 2563 สำหรับผู้ที่จอง มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ ภายในวันที่ 1-13 ธันวาคม 2563 และรับรถภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 มีสิทธิ์ลุ้นรับเครื่องชาร์จ Ultra EV Gen 1 (รุ่น 3.7 kW) จาก โออาร์ โดย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนค่าใช้จ่าย ในการติดตั้งทั้งหมด

 

ข่าวรถวันนี้ (24/03/2021)  :  มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าที่งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นเพื่อการเติบโตในประเทศไทยพร้อมส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าด้วยการนำเสนอรถยนต์คุณภาพเยี่ยมครบทุกรุ่น พร้อมด้วยรถยนต์รุ่นสเปเชียล เอดิชั่น และรุ่นแพชชั่น เรด เอดิชั่น ที่ผลิตขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 60 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 สอดคล้องกับแนวคิด ‘วิถีชีวิตใหม่ใจเป็นสุข’

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าที่งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42

 

“ในปีนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้ฉลองครบรอบ 60 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย พร้อมการผลิตรถยนต์ครบ 6 ล้านคัน โดยความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้เพราะการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย ชุมชนท้องถิ่น ผู้จัดจำหน่าย พันธมิตรทางธุรกิจ สื่อมวลชน และที่สำคัญที่สุดคือลูกค้าของเรา” มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

“นับตั้งแต่ปี 2504 เราได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยผ่านการจ้างงาน การพัฒนาทรัพยากรบุคคล การลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี การส่งออก การช่วยเหลือสังคม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เรายังคงมุ่งมั่นนำเสนอยานยนต์ที่เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อร่วมยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย พร้อมมุ่งมั่นนำเสนอยานยนต์ระดับผู้นำที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยต่อไป เพื่อให้ลูกค้าของเราทั้งในประเทศไทย และอีกกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมภายใต้แนวคิด ‘Drive your Ambition’ ที่มั่นใจได้ในทุกการขับขี่” มร. ชกกิ กล่าวเพิ่ม

 

 

โดยภายในงานฯ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังเปิดตัวรถยนต์รุ่นสเปเชียล เอดิชั่น และรุ่นแพชชั่น เรด เอดิชั่น เพื่อร่วมฉลองการครบรอบ 60 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย พร้อมแสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย โดยบนเวทีได้จัดแสดง มิตซูบิชิ ไทรทัน ‘สเปเชียล เอดิชั่น’ ที่ออกแบบโดยคุณรักกิจ ควรหาเวช ศิลปินแนวสตรีทอาร์ตชื่อดังของประเทศไทย ผู้ที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่มุ่งมั่นในการก้าวไปข้างหน้าและไม่เคยหยุดนิ่งในการคิดค้นพัฒนายานยนต์และบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ‘แพชชั่น เรด เอดิชั่น’ รถอเนกประสงค์ระดับพรีเมียม

สำหรับเหตุผลที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เลือกใช้สีแดงเพื่อร่วมฉลองการครบรอบ 60 ปีนี้ เพราะสีแดงเป็นสีแห่งความมุ่งมั่นและยังเป็นสีประจำของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งปรากฏอยู่บนสัญลักษณ์ ทรีไดมอนส์ และบนรถแข่งแรลลี่ระดับตำนานที่บ่งบอกความเป็น มิตซูบิชิ พร้อมความมั่นใจในคุณภาพ ความน่าตื่นเต้น และความมุ่งมั่นที่ต้องการมอบความพึงพอใจสูงสุด และการค้นหาความสำเร็จใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการตอบแทนสังคม และการเติบโตในแบบที่ยั่งยืน

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าที่งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42

 

พร้อมกันนี้ยังเผยโฉม มิตซูบิชิ แอททราจ และ มิตซูบิชิ มิราจ ‘สเปเชียล เอดิชั่น’ มาพร้อมกับ สีแดง ที่โดดเด่น พร้อมการตกแต่งพิเศษ เพื่อยกระดับความมีสไตล์ และตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าในเมืองที่มองหาแรงบันดาลใจเพื่อทุกความสำเร็จในชีวิต

ทั้งนี้ลูกค้าทุกท่านสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของเราในแบบที่ยั่งยืน ด้วยการซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นสเปเชียล

เอดิชั่น และรุ่นแพชชั่น เรด เอดิชั่น โดยบริษัทฯ จะบริจาคเงินมูลค่าสูงสุด 5,000 บาท* ต่อคัน เพื่อร่วมบริจาคเงินตามปณิธาน 3 หัวข้อหลักของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้แก่ ด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขอนามัยและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทย

และเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังได้จัดกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ เพื่อร่วมฉลองโอกาสสำคัญนี้ พร้อมขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อและใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ ด้วยแคมเปญ “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย ฉลอง 60 ปี แจก 60 ล้าน” มอบรางวัลใหญ่ ทองคำแท่งหนัก 60 บาท มูลค่า 1,638,000 บาท จำนวน 6 รางวัล พร้อมของรางวัลอื่นๆ อาทิ ทองคำแท่งหนัก 6 บาท จำนวน 60 รางวัล ทีวี SAMSUNG รุ่น QLED Smart 4K 65 นิ้ว จำนวน 400 รางวัล และ โทรศัพท์มือถือ iPhone 12 64GB จำนวน 800 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 60 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2564

 

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าที่งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42

 

พร้อมกันนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนายานยนต์แบบยั่งยืนยังได้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่และร่วมกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยเมื่อเร็วๆ นี้ได้เปิดตัว มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่ผลิตขึ้นในประเทศไทยซึ่งถือเป็นฐานการผลิตรถยนต์รุ่นดังกล่าวนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นแห่งแรกอีกด้วย

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คือ รถยนต์แบบปลั๊กอินไฮบริดที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก และยังได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมทั้งจากลูกค้าและผู้สื่อข่าวสายยานยนต์หลังจากที่ได้ร่วมกิจกรรมทดสอบขับที่ผ่านมา โดย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถขับขี่ได้ทั้งในโหมดไฟฟ้า (EV) สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และยังสามารถเป็นรถยนต์แบบไฮบริด (HEV) สำหรับการเดินทางระยะไกล พร้อมสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้ขับขี่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จไฟฟ้า มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถยนต์ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพอากาศและทุกสภาพถนน พร้อมกันนี้ยังสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดไม่เกิน 1,500 วัตต์ ด้วยการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถที่มีอยู่ 2 จุด เพื่อให้สามารถสัมผัสกับไลฟ์สไตล์กลางแจ้งรูปแบบใหม่ และยังสามารถเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าฉุกเฉินเพราะ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เอง

ข่าวรถวันนี้ : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าที่งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42

รถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกรุ่นยังสามารถคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีครบทุกรุ่น ดังนี้

  1. มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รับรางวัล รถปลั๊กอินไฮบริดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
  2. มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ รับรางวัล รถอเนกประสงค์พีพีวี ขับเคลื่อนสี่ล้อ เครื่องยนต์ดีเซลต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
  3. มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท เอดิชั่น รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ รับรางวัล รถอเนกประสงค์พีพีวีราคาคุ้มค่ายอดเยี่ยม
  4. มิตซูบิชิ ไทรทัน รับรางวัล รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อ เครื่องยนต์ดีเซลต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
  5. มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ รับรางวัล รถอเนกประสงค์มินิเอ็มพีวี ขายดียอดเยี่ยม
  6. มิตซูบิชิ แอททราจ รับรางวัล รถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตู ราคาคุ้มค่ายอดเยี่ยม
  7. มิตซูบิชิ มิราจ รับรางวัล รถยนต์อีโคคาร์ ประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยม

มั่นใจได้เมื่อซื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกคันด้วยบริการหลังการขายภายใต้สโลแกน ‘เราดูแล คุณแค่ขับ’ ที่พร้อมดูแลลูกค้าด้วยสินค้าและบริการที่ดีมีคุณภาพ อะไหล่แท้ การบริการโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมเพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ตลอดจนความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

เชิญชมรถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกรุ่นที่บูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย A13 ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 เมืองทองธานี ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อขอทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ที่เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง.

Facebook Comments
Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial