‘มิชลิน’ จับมือพันธมิตรผลิตแผ่นนำกระแสไฟในเซลล์เชื้อเพลิง

ข่าวรถวันนี้ : ‘มิชลิน’ จับมือพันธมิตรร่วมทุนเพื่อผลิตแผ่นนำกระแสไฟฟ้าแบบสองขั้วที่ใช้ในเซลล์เชื้อเพลิง

สารบัญ

ข่าวรถวันนี้ : ‘มิชลิน’ จับมือพันธมิตรร่วมทุนเพื่อผลิตแผ่นนำกระแสไฟฟ้าแบบสองขั้วที่ใช้ในเซลล์เชื้อเพลิง

‘ซิมบิโอ’ (Symbio) บริษัทพลังงานไฮโดรเจนที่ร่วมก่อตั้งโดย ‘มิชลิน’ และ ‘โฟเรอเซีย’ (Faurecia) ผนึกกำลังกับ กลุ่มบริษัทแชฟฟ์เลอร์ (Schaeffler Group) จัดตั้งบริษัทร่วมทุนระดับโลกในนาม ‘อินโนเพลท’ (Innoplate) เพื่อผลิตแผ่นนำกระแสไฟฟ้าแบบสองขั้วซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Bipolar Plates: BPP)

บริษัทร่วมทุนและโรงงานแห่งแรกจะตั้งอยู่ที่เมืองอาเกอโน (Haguenau) ประเทศฝรั่งเศส โดยตั้งเป้าที่จะผลิตแผ่นนำกระแสไฟฟ้าแบบสองขั้วให้ได้ราว 50 ล้านชิ้น และจ้างงานมากกว่า 120 คน ภายในปี 2573 ลูกค้ารายแรกของบริษัทร่วมทุนดังกล่าวคือ ‘ซิมบิโอ’ ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้รับผิดชอบโครงการของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลกแห่งหนึ่ง

ซิมบิโอ (Symbio) บริษัทพลังงานไฮโดรเจนที่ร่วมก่อตั้งโดย ‘มิชลิน’ และ ‘โฟเรอเซีย’ ได้ลงนามในสัญญาร่วมทุนกับ แชฟฟ์เลอร์ (Schaeffler) เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนสัดส่วน 50:50 สำหรับดำเนินธุรกิจผลิตแผ่นนำกระแสไฟฟ้าแบบสองขั้วที่ใช้ในเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Bipolar Plates: BPP) ซึ่งจะเป็นโซลูชั่นด้านพลังงานและการสัญจรระดับโลก บริษัทร่วมทุนแห่งนี้จะตั้งอยู่ที่เมืองอาเกอโน (Haguenau) แคว้นอัลซาซ (Alsace) ประเทศฝรั่งเศส ทำหน้าที่ผสานความรู้ความเชี่ยวชาญของซัพพลายเออร์ยานยนต์สัญชาติยุโรปและผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงยานยนต์ซึ่งต่างเล็งเห็นถึงศักยภาพที่เปิดกว้างในการพัฒนาเศรษฐกิจไฮโดรเจน (Hydrogen Economy) นอกจากนี้ การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนดังกล่าวยังเป็นการสร้างพันธมิตรระหว่างธุรกิจในฝรั่งเศสและเยอรมันที่มุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่คุณค่าของการสัญจรด้วยพลังงานไฮโดรเจนในยุโรป

 

ข่าวรถวันนี้ : ‘มิชลิน’ จับมือพันธมิตรร่วมทุนเพื่อผลิตแผ่นนำกระแสไฟฟ้าแบบสองขั้วที่ใช้ในเซลล์เชื้อเพลิง

 

บริษัทร่วมทุนดังกล่าว ซึ่งมีกำหนดเริ่มดำเนินงานภายใต้ชื่อ ‘อินโนเพลท’ (Innoplate) ภายในปลายปีนี้ จะเร่งผลิตแผ่นนำกระแสไฟฟ้าแบบสองขั้วรุ่นใหม่สำหรับเซลล์เชื้อเพลิงชนิดเมมเบรนแลกเปลี่ยนโปรตอน (Proton Exchange Membrane: PEM) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความจุ และต้นทุนที่แข่งขันได้ให้กับลูกค้า การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนแห่งนี้คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปลายปี 2565 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ มาตรการกำกับดูแลการควบรวมกิจการ ฯลฯ

บริษัทร่วมทุนดังกล่าวจะผลิตแผ่นนำกระแสไฟฟ้าแบบสองขั้วในปริมาณมากทางอุตสาหกรรมและสร้างงานกว่า 120 ตำแหน่งในฝรั่งเศส

บริษัทร่วมทุนมีกำหนดเริ่มดำเนินการผลิตในช่วงต้นปี 2567 ทั้งนี้ หน่วยผลิตจะตั้งอยู่ที่เมืองอาเกอโน ประเทศฝรั่งเศส และในเบื้องต้นจะมีกำลังการผลิตแผ่นนำกระแสไฟฟ้าแบบสองขั้วอยู่ที่ 4 ล้านชิ้นต่อปี โดยตั้งเป้าที่จะผลิตให้ได้ทั่วโลกเป็นจำนวนสูงถึงราว 50 ล้านชิ้นต่อปี และจ้างงานมากกว่า 120 คน ภายในปี 2573 หน่วยผลิตแห่งนี้จะไม่เพียงมีมาตรฐานด้านความยั่งยืนสูงสุด แต่ยังมุ่งสู่การดำเนินงานที่มีค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) การก่อตั้งอินโนเพลทจะช่วยเร่งให้เกิดการผลิตแผ่นนำกระแสไฟฟ้าแบบสองขั้วรุ่นใหม่ในปริมาณมาก โดยมี ซิมบิโอ และ แชฟฟ์เลอร์ เป็นลูกค้าพิเศษของบริษัทร่วมทุนแห่งนี้ ทั้งนี้ ซิมบิโอ ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลกแห่งหนึ่งเสนอชื่อเป็นลำดับแรกในฐานะผู้ให้บริการระบบเซลล์เชื้อเพลิง จึงวางแผนที่จะให้บริษัทร่วมทุนแห่งนี้เป็นผู้จัดหาแผ่นนำกระแสไฟฟ้าแบบสองขั้วในโครงการดังกล่าว

ซิมบิโอ มีประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนานกว่า 30 ปีในการพัฒนาระบบเซลล์เชื้อเพลิง ทั้งยังเป็นผู้นำเสนอ StackPacks® ระบบไฮโดรเจนขนาดกะทัดรัดที่ผ่านการบูรณาการและตรวจสอบล่วงหน้า (Pre-Validated, Pre-Integrated Hydrogen System) ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดในเรื่องกำลังไฟฟ้าและความทนทานเพื่อการสัญจรที่มีค่าการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์

แชฟฟ์เลอร์ ซัพพลายเออร์ชั้นนำระดับโลกในภาคอุตสาหกรรมและภาคยานยนต์ มีความเชี่ยวชาญสูงเกี่ยวกับเทคโนโลยีการปั๊มและขึ้นรูปอย่างแม่นยำ รวมทั้งมีความรู้ความชำนาญด้านกระบวนการผลิตแผ่นโลหะนำกระแสไฟฟ้าแบบสองขั้วในปริมาณมาก โดย แชฟฟ์เลอร์ ใช้แผ่นโลหะนำกระแสไฟฟ้าดังกล่าวเป็นตัวแยกน้ำด้วยไฟฟ้า (Electrolyzer) เพื่อผลิตไฮโดรเจน ทั้งยังใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญของ แผงเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Stack) สำหรับนำไปใช้งานเป็นเซลล์เชื้อเพลิงทั้งแบบติดตั้งอยู่กับที่ (Stationary) และแบบเคลื่อนที่ (Mobile) ทุกประเภท การรุกขยายธุรกิจแนวตั้ง (Vertical Integration) ผ่านการควบรวมหรือซื้อกิจการด้านการขึ้นรูปและกระบวนการเคลือบผิวขั้นสูง ส่งผลให้ แชฟฟ์เลอร์ มีฐานความรู้ความชำนาญอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับกระบวนการผลิตแผ่นโลหะนำกระแสไฟฟ้าแบบสองขั้วในปริมาณมาก

 

ข่าวรถวันนี้ : ‘มิชลิน’ จับมือพันธมิตรร่วมทุนเพื่อผลิตแผ่นนำกระแสไฟฟ้าแบบสองขั้วที่ใช้ในเซลล์เชื้อเพลิง

 

ฟิลิปป์ โรซิเอร์ (Philippe Rosier) ประธานกรรมการบริหารของซิมบิโอ เปิดเผยว่า “แผ่นโลหะนำกระแสไฟฟ้าแบบสองขั้วที่ใช้ในเซลล์เชื้อเพลิงเป็นส่วนประกอบเพิ่มคุณค่าเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของระบบเซลล์เชื้อเพลิง อินโนเพลทจะทำหน้าที่ดูแลศักยภาพการผลิตให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องตามความต้องการของลูกค้าและตลาดการสัญจรที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจน ขณะเดียวกันจะเร่งพัฒนาสมรรถนะของระบบให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพให้โซลูชั่นของเรามีต้นทุนที่แข่งขันได้มากขึ้น นอกจากนี้ การเข้ามามีส่วนร่วมของซิมบิโอจะช่วยผลักดันให้บริษัทร่วมทุนแห่งนี้กลายเป็นผู้นำทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีในยุโรป”

เคลาส์ โรเซ็นเฟลด์ (Klaus Rosenfeld) ประธานกรรมการบริหารของแชฟฟ์เลอร์ กล่าวเสริมว่า “เราเชื่อว่าไฮโดรเจนจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันให้เกิดการสัญจรด้วยพลังงานสะอาดในอนาคต การสร้างเศรษฐกิจไฮโดรเจนและการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การใช้พลังงานที่ยั่งยืนนั้นขึ้นอยู่กับการทำให้ห่วงโซ่อุปทานของเทคโนโลยีใหม่ที่เชื่อถือได้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่ผลิตได้จำนวนมาก แน่นอนว่าการที่เราเข้าร่วมจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับซิมบิโอสอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว ในฐานะบริษัทระดับโลกซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศเยอรมนี เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นพันธมิตรกับซิมบิโอในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างฝรั่งเศสและเยอรมนีในภาคธุรกิจที่สำคัญ บริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งขึ้นร่วมกับซัพพลายเออร์เซลล์เชื้อเพลิงชั้นนำจะช่วยให้แชฟฟ์เลอร์ขยายฐานเข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว”

แพทริค โคลเลอร์ (Patrick Koller) ประธานกรรมการบริหารของโฟเรอเซีย ซึ่งเป็นบริษัทหนึ่งในเครือกลุ่มฟอร์เวีย (FORVIA) กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราตระหนักดีว่าความร่วมมือระหว่างบริษัทสัญชาติฝรั่งเศสและบริษัทสัญชาติเยอรมันทั้งสองจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่นำไปสู่ความเป็นเลิศ เรามีความมุ่งมั่นที่แน่วแน่และจริงจังในด้านเซลล์เชื้อเพลิง ไฮโดรเจนเป็นหัวใจสำคัญของการสัญจรแห่งอนาคต ความรู้ความเชี่ยวชาญที่ส่งเสริมกันระหว่างซิมบิโอและแชฟฟ์เลอร์จะทำให้อินโนเพลทมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโลกเข้าสู่ยุคแห่งการสัญจรด้วยพลังงานไฮโดรเจน”

ฟลอรองต์ เมอเนโกซ์ (Florent Menegaux) ประธานกรรมการบริหารของมิชลิน กล่าวว่า “การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างซิมบิโอและแชฟฟ์เลอร์ครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ที่จะผลักดันให้การสัญจรด้วยพลังงานไฮโดรเจนเกิดขึ้นได้เร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างศักยภาพของซิมบิโอให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านระบบเซลล์เชื้อเพลิงระดับโลกภายในปี 2573 เราเชื่อมั่นว่าการประสานความร่วมมือระหว่างกันในยุโรปจะช่วยให้ผู้ประกอบการทางอุตสาหกรรมในยุโรปก้าวขึ้นมายืนอยู่แถวหน้าในด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้ ซึ่งการร่วมพันธมิตรระหว่างบริษัทสัญชาติฝรั่งเศสและเยอรมันครั้งนี้ยืนยันประเด็นดังกล่าวได้เป็นอย่างดี”

ข่าวรถวันนี้ : ‘บีเอฟกู๊ดริช แอดแวนเทจ ทัวริ่ง’ พร้อมบุกตลาดยางทางเรียบ ด้วยขนาดที่ครอบคลุมการใช้งานร่วมกับรถหลากประเภทมากขึ้น ทั้งรถเก๋ง รถกระบะ รถมินิแวน รวมทั้งรถ CUV และ SUV

ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมานานกว่า 150 ปีและประสบการณ์ที่โดดเด่นด้านยางทางเรียบ ล่าสุด ‘บีเอฟกู๊ดริช’ ได้เปิดตัว ‘บีเอฟกู๊ดริช แอดแวนเทจ ทัวริ่ง’ (BFGoodrich Advantage Touring) ยางรถยนต์สำหรับวิ่งบนทางเรียบที่ให้ความคุ้มค่าเหนือกว่าและออกแบบมาเพื่อการขับขี่อย่างมั่นใจในทุกสภาพถนน โดยยางรุ่นนี้ครอบคลุมการใช้งานร่วมกับรถเก๋ง รถกระบะ รถมินิแวน รวมทั้งรถอเนกประสงค์ประเภท CUV และ SUV คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 85 ของรถยนต์ที่ใช้งานบนท้องถนน ด้วยขนาดยางที่มีให้เลือกรวมทั้งสิ้น 69 ขนาด ตั้งแต่ 13-20 นิ้ว ในจำนวนนี้เป็นยางขนาดใหม่ถึง 25 ขนาด

ข่าวรถวันนี้ : ‘บีเอฟกู๊ดริช แอดแวนเทจ ทัวริ่ง’ พร้อมบุกตลาดยางทางเรียบ ด้วยขนาดที่ครอบคลุมการใช้งานร่วมกับรถหลากประเภทมากขึ้น ทั้งรถเก๋ง รถกระบะ รถมินิแวน รวมทั้งรถ CUV และ SUV

ทิม ฮอร์ หัวหน้างานฝ่ายโมเดลธุรกิจของบีเอฟกู๊ดริช ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกและออสเตรเลีย เปิดเผยว่า “ยาง ‘บีเอฟกู๊ดริช แอดแวนเทจ ทัวริ่ง’ มุ่งเจาะกลุ่มผู้ขับขี่ที่มีวิถีชีวิตไม่หยุดนิ่ง มองหาสิ่งที่คุ้มค่าสมราคา และต้องการความมั่นใจขณะขับขี่ผจญภัยในเขตเมือง ยางรุ่นนี้โดดเด่นในเรื่องขนาดที่มีให้เลือกหลากหลาย ตลอดจนสมรรถนะและรูปลักษณ์ที่ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการรับประกันสินค้า 6 ปี …เรียกได้ว่าเป็นยางที่ให้ความคุ้มค่าอย่างแท้จริงเลยทีเดียว”

คุณสมบัติเด่นของยาง ‘บีเอฟกู๊ดริช แอดแวนเทจ ทัวริ่ง’ ได้แก่▪รูปลักษณ์ที่สวยงามและประสิทธิภาพในการลดเสียงรบกวนที่ดียิ่งขึ้น ด้วยดอกยางดีไซน์ใหม่ที่ดูเรียบง่ายและทรงพลังขึ้น ตลอดจนลายดอกยางสองทิศทางแบบไม่สมมาตร (Asymmetric, Non-Directional Tread Pattern) ที่หน้าสัมผัสของดอกยางได้รับการปรับแต่งด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร

▪ออกแบบเพื่อการขับขี่และการเบรกอย่างมั่นใจในทุกสภาพถนน ด้วยดีไซน์ดอกยางแบบไม่สมมาตร ซึ่งมาพร้อมบล็อกดอกยางและไหล่ยางที่แข็งแกร่ง ช่วยให้ตอบสนองต่อการบังคับควบคุมได้ดั่งใจ อีกทั้งบล็อกดอกยางยังมีขนาดใหญ่และมีร่องดอกยางลึก ช่วยให้มีสมรรถนะในการเบรกเป็นเยี่ยมทั้งบนถนนเปียกและถนนแห้ง โดยร่องรีดน้ำยังได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากยางบีเอฟกู๊ดริชที่ใช้ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ

ข่าวรถวันนี้ : ‘บีเอฟกู๊ดริช แอดแวนเทจ ทัวริ่ง’ พร้อมบุกตลาดยางทางเรียบ ด้วยขนาดที่ครอบคลุมการใช้งานร่วมกับรถหลากประเภทมากขึ้น ทั้งรถเก๋ง รถกระบะ รถมินิแวน รวมทั้งรถ CUV และ SUV

และ▪นวัตกรรมแบบเต็มความหนาหน้ายางที่ให้ความมั่นใจขณะขับขี่ตลอดอายุการใช้งานยาง ได้แก่ แถบเนื้อยางเสริมระหว่างบล็อกดอกยาง (Interlocking Band) ที่ช่วยลดแรงเสียดทานและความร้อน ซึ่งส่งผลต่อการประหยัดเชื้อเพลิง และพื้นที่หน้าสัมผัสของยางกับผิวถนนที่ได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับตลาดยางรถยนต์ที่ต้องเผชิญกับสภาพความร้อนรุนแรงในการใช้งาน

ปัจจุบัน ยาง ‘บีเอฟกู๊ดริช แอดแวนเทจ ทัวริ่ง’ มีวางจำหน่ายแล้ว ณ ร้านตัวแทนจำหน่ายยาง บีเอฟกู๊ดริช อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ โดยมีขนาดยางให้เลือกรวมทั้งสิ้น 69 ขนาด (ยางรหัสความเร็ว H, T และ V) ตั้งแต่ 13-20 นิ้ว คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมและชมภาพผลิตภัณฑ์ได้ที่ BFGoodrich.co.th

ข่าวรถวันนี้ : มิชลิน ได้คะแนนสูงสุดในการประเมินผล SPOTT ประจำปี 2564 ด้านความโปร่งใสทางสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ตอกย้ำการมีรากฐานมั่นคงเพื่อก้าวสู่การสัญจรอย่างยั่งยืน

  • มิชลินได้คะแนนอันดับหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับยางพารา ซึ่งครอบคลุมกลุ่มผู้ผลิต ผู้แปรรูป และผู้ผลิตยางรถยนต์ โดยได้คะแนนสูงถึง 81.8%
  • การประเมินผลจัดทำโดย SPOTT แพลตฟอร์มสำหรับประเมินความโปร่งใสทางสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
  • ผลการประเมินตอกย้ำให้เห็นถึงภาวะผู้นำและความโปร่งใสของกลุ่มมิชลินอันเป็นรากฐานสำคัญต่อการขับเคลื่อนความยั่งยืนของห่วงโซ่คุณค่ายางธรรมชาติให้ก้าวรุดหน้า

 

 

ข่าวรถวันนี้ : มิชลิน ได้คะแนนสูงสุดด้านความโปร่งใสทางสิ่งแวดล้อม 2021

 

มิชลิน ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางรถยนต์ระดับโลก ครองอันดับหนึ่งในการประเมินภาคอุตสาหกรรมยางธรรมชาติหรือยางพารา ประจำปี 2564 ซึ่งจัดทำโดย SPOTT โดยการประเมินผลครั้งนี้ครอบคลุมการวิเคราะห์พันธกิจและนโยบายสาธารณะขององค์กร ทั้งที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social, Governance: ESG) ตลอดจนที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนภาคการเงินและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่อุปทานให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ข่าวรถวันนี้ : มิชลิน ได้คะแนนสูงสุดด้านความโปร่งใสทางสิ่งแวดล้อม 2021

 

เครื่องมือประเมินความโปร่งใสด้านนโยบายเพื่อความยั่งยืน หรือ SPOTT (Sustainability Policy Transparency Toolkit) เป็นกรอบแนวทางการประเมินที่พัฒนาขึ้นโดย ZSL (Zoological Society of London) ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลด้านการอนุรักษ์ระดับนานาชาติ เครื่องมือนี้ใช้ในการประเมินข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร นโยบายและแนวปฏิบัติต่างๆ ในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ (Public Disclosure) ของผู้ผลิต ผู้แปรรูป และผู้ค้าสินค้าโภคภัณฑ์แต่ละราย โดย SPOTT จะประเมินและให้คะแนนบริษัทและองค์กรต่าง ๆ ที่ดำเนินงานเกี่ยวข้องกับป่าไม้ในเขตร้อน น้ำมันปาล์ม และยางธรรมชาติหรือยางพารา เป็นประจำทุกปี ตามดัชนีชี้วัดเฉพาะภาคอุตสาหกรรม 100 ดัชนี เพื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานและประเมินพัฒนาการความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น

การประเมินผล SPOTT ครั้งล่าสุด ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อเดือนมีนาคม 2565 ได้ประเมินและให้คะแนนบริษัทและองค์กรที่ดำเนินงานเกี่ยวกับยางธรรมชาติหรือยางพารารวมทั้งสิ้น 30 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ผลิตยางธรรมชาติและผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ของโลกรวมอยู่ด้วย โดยมิชลินมีคะแนนสูงเป็นอันดับหนึ่งอยู่ที่ 81.8% เหนือกว่าผู้ที่ได้รับการประเมินในกลุ่มเดียวกันรายอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากคะแนนเฉลี่ยของภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่เพียง 39.3% สะท้อนให้เห็นถึงภาวะความเป็นผู้นำของมิชลินในเรื่องความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน

 

ข่าวรถวันนี้ : มิชลิน ได้คะแนนสูงสุดด้านความโปร่งใสทางสิ่งแวดล้อม 2021

 

แซม จิงเจอร์ (Sam Ginger) หัวหน้านักวิเคราะห์ของ ZSL ที่ดูแลการประเมินผลครั้งนี้ กล่าวว่า “ZSL เรียกร้องให้บริษัทและองค์กรต่าง ๆ เปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ที่ชัดเจนและถูกต้องตามความเป็นจริงอย่างสม่ำเสมอบนเว็บไซต์ พร้อมทั้งสนับสนุนให้ซัพพลายเออร์ของตนปฏิบัติตามแนวทางนี้ด้วย การรายงานข้อมูลอย่างโปร่งใสตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานช่วยให้สามารถติดตามความก้าวหน้าของการผลิตยางธรรมชาติอย่างยั่งยืนและเป็นธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

 

ข่าวรถวันนี้ : มิชลิน ได้คะแนนสูงสุดด้านความโปร่งใสทางสิ่งแวดล้อม 2021

 

นายเสกสรรค์ ไตรอุโฆษ กรรมการผู้จัดการ Société des Matières Premiéres Tropicales Pte Ltd (SMPT) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือกลุ่มมิชลินที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางเทคนิคและการจัดซื้อยางพารา กล่าวว่า “การครองอันดับหนึ่งในการประเมินผลครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นทั้งความมุ่งมั่นของมิชลินในการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนของยางธรรมชาติ และการมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการยกระดับการปฏิบัติงานในพื้นที่, การเข้าไปมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานเพื่อประเมินและลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ตลอดจนการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่เกษตรกรรายย่อยผ่านหลากหลายโครงการที่มุ่งเน้นให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตและแนวทางปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น อาทิ โครงการ CASCADE ที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพให้กับเกษตรกร 1,000 รายในอินโดนีเซีย ด้วยการนำเครื่องมือจัดทำแผนผังความเสี่ยง RubberWay Risk Mapping Tool มาใช้ เพี่อรายงานความคืบหน้าโครงการฯ ในรูปแบบของแผนที่ความยั่งยืน ทั้งนี้ ความโปร่งใสถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบต่อพันธกิจของมิชลิน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยางรถยนต์โดยรวม ด้วยความมุ่งหวังให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นต่อโลกใบนี้ที่เราทุกคนอาศัยอยู่”

Facebook Comments

About Post Author

Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial