ลอง ฮอนด้า ซีวิค เทอร์โบ อาร์เอส สีและระบบความปลอดภัย ใหม่

ลอง ฮอนด้า ซีวิค เทอร์โบ อาร์เอส สีและระบบความปลอดภัย ใหม่

เว็ปไซต์ carinner รีวิวรถใหม่ 2019 ลองขับ ฮอนด้า ซีวิค เทอร์โบ อาร์เอส ใหม่ พร้อม รีวิว รถใหม่ 2019 เส้นทาง กรุงเทพฯ – เขาใหญ่ ระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร เพื่อพิสูจน์สมรรถนะและเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING

Honda Civic รีวิว : พิสูจน์เทคโนโลยี Honda SENSING

 

Honda Civic 2019 รุ่นเทอร์โบ อาร์เอส รถซีดานทรงสปอร์ต ในกลุ่มซีเซ็กเมนท์ ที่ได้รับการออกแบบภายนอกและภายในห้องโดยสารใหม่ รวมถึงการความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบ Honda SENSING เทคโนโลยีความปลอดภัยของฮอนด้า มาพร้อม 2 ขุมพลังเครื่องยนต์ ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO และเครื่องยนต์ ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ชุดส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ แบบ CVT  ที่ตอบสนองดี ประหยัดน้ำมัน มาพร้อมกับสีใหม่ น้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue)

 

Honda SENSING

 

การออกแบบภายนอก

รูปลักษณ์ของ Honda Civic 2019 เทอร์โบ อาร์เอส ใหม่ สไตล์สปอร์ตซีดาน ภายใต้แนวคิด “Revolutionary Silhouette Advanced Neo Sedan” เน้นการออกแบบที่ล้ำสมัย จัดวางโครงสร้าง ตัวถังที่แข็งแกร่ง มีเส้นสายด้านข้างตัวรถที่คมชัด เสริมมาดดุดันขึ้นด้วยชุดแต่ง RS กันชนหน้าและกระจังหน้าในสไตล์สปอร์ต ไฟหน้า LED ดีไซน์หรูดูสปอร์ตพร้อมไฟส่องสว่างกลางวัน Daytime Running Light (DRL) แบบ LED  ด้านไฟท้ายรูปตัว C (C-Identity) เป็น LED เช่นเดียวกันและเป็นเอกลักษณ์แบบซีวิค ไฟตัดหมอกแบบ LED ตกแต่งด้วยคิ้วโครเมียม กันชนหลังเพิ่มแถบโครเมียมใหม่ และเสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin) ดูโฉบเฉี่ยว ติดตั้งล้ออัลลอย 17 นิ้ว ลายใหม่

 

[su_pullquote align=”right”][su_button url=”https://carinner.com/video-channel/” target=”blank” style=”flat” background=”#000″ color=”#fff” size=”10″ center=”yes” title=”test”]คลิ๊ก[/su_button][/su_pullquote]ติดตาม ! ทดสอบรถ รีวิวรถ รูปแบบ วีดีโอ ทางช่อง Carinner Channel

 

เสากระจกบังลมหน้า หรือ (A-Pillar) ของ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีทัศนวิสัยด้านหน้าที่กว้างยิ่งขึ้น ขณะที่แนวเส้นหลังคาลาดเทลงไปด้านหลัง เชื่อมต่อกับเสากระจกบังลมหลัง (C-Pillar)   โดยที่แผ่นกระจกบังลมหลังโค้งสอดรับกับแนวตัวถังด้านท้ายทั้งสองมุมได้ลงตัว

 

ฮอนด้า ซีวิค เทอร์โบ อาร์เอส

 

ห้องโดยสาร

เข้าไปนั่งในห้องโดยสารของ Honda Civic 2019 เทอร์โบ อาร์เอส ใหม่ พบว่าได้รับการตกแต่งแนวสปอร์ต ตั้งแต่ตำแหน่งของเบาะนั่ง ซึ่งทำให้ท่านั่งขับให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในรถสปอร์ต เบาะนั่งยังตกแต่งด้วยด้ายสีแดง ใช้วัสดุตกแต่งคอนโซลแบบ Piano Black  สะดวกด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ที่สามารถจุสัมภาระได้ 525 ลิตร

 

แผงหน้าปัดออกแบบเป็นชิ้นเดียวกัน ทำให้พื้นที่ในส่วนของระบบปรับอากาศมีขนาดกะทัดรัด ส่งผลให้พื้นที่ช่วงหัวเข่ากว้าง มาตรวัดพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ออกแบบสปอร์ต เวลาอ่านค่าต่าง ๆ จึงไม่ต้องละสายตาจากการขับขี่ อาทิ มาตรวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์ มาตรวัดระดับเชื้อเพลิง และรอบเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่มีมาตรวัดความเร็วแสดงผลเป็นตัวเลขดิจิตอล

 

ฮอนด้า ซีวิค เทอร์โบ อาร์เอส

 

คอนโซลกลางของ ซีวิค ออกภายใต้แนวคิด “Tech Center” เสมือนศูนย์กลางเทคโนโลยี ดีไซน์แยกออกเป็น 2 ชั้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับช่องเชื่อมต่อได้อย่างเป็นระเบียบ มีฟังก์ชั่นที่ทันสมัย และความสะดวกสบายทุกการเดินทาง อาทิ จอแสดงผลการเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย (Hands-free Telephone) สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง สวิตช์รับและวางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย พร้อมสวิตช์สั่งการด้วยเสียงผ่าน Siri ช่องเชื่อมต่อ USB พร้อมช่องเชื่อมต่อ HDMI และช่องจ่ายไฟสำรอง อีกทั้งที่วางแก้วน้ำและช่องเก็บของบริเวณคอนโซลกลาง เพื่อความสะดวกในการจัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนตลอดพื้นที่คอนโซลกลาง เป็นต้น

 

ซีวิค ใหม่ มาพร้อมระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI ควบคุมฟังก์ชั่นความบันเทิง พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) และช่องเชื่อมต่อ USB มาพร้อมกับลำโพง 2 ตัวบริเวณประตูด้านหน้า อีก 2 ตัวที่แผงลำโพงทางด้านหลัง พร้อมกับทวีตเตอร์ จำนวน 4 ตัว ซึ่งติดตั้งบริเวณเสา A-Pillar 2 ตัว และอีก 2 ตัวที่ข้างแผงลำโพงทางด้านหลัง

 

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิ แยกอิสระซ้าย / ขวากระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า พร้อมพับเก็บอัตโนมัติ พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง สวิตช์รับและวางสายโทรศัพท์ พร้อมสวิตช์สั่งการด้วยเสียงผ่าน Siri มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ดีไซน์สปอร์ต ซึ่งสามารถแสดงผลฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย โดยสามารถเปลี่ยนข้อมูล และค้นหาตัวอักษรได้ง่ายดาย ผ่านสวิตช์ควบคุมบนพวงมาลัย

 

ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start) สามารถสั่งการได้จากระยะไกลเพื่อช่วยอุ่นเครื่อง พร้อมปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นสบายล่วงหน้า โดยรถจะต้องอยู่ที่เกียร์ P เท่านั้น เครื่องยนต์จึงสตาร์ทติด โดยที่ประตูรถจะยังคงล็อคอยู่ และเมื่อกุญแจรีโมทพร้อมผู้ขับขี่อยู่ภายในตัวรถ ทำการเหยียบเบรกค้างไว้ พร้อมกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ เพื่อสตาร์ทรถ รถจึงจะเคลื่อนตัวได้

 

นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System) ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System) รวมทั้งเบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง

 

ฮอนด้า ซีวิค เทอร์โบ อาร์เอส

 

เครื่องยนต์ ตอบสนองดี ประหยัดน้ำมัน

Honda Civic 2019 รุ่นเทอร์โบ อาร์เอส ใหม่ ที่เราทดสอบใช้ เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และระบบเกียร์ดังกล่าวได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดแบบ flat torque 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 5,500 รอบต่อนาที โดยใช้เทคโนโลยีหัวฉีดไดเรคท์ อินเจคชั่น ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง พร้อมการออกแบบท่อไอดีแบบตรง และเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ช่วยอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้รวดเร็วและปริมาณเพิ่มขึ้น

 

และยังมีระบบเพื่อการประหยัดพลังงาน ECO Coaching ระบบแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน และแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้เชื้อเพลิงได้ประหยัด โดยวัดจากการเหยียบเบรกและคันเร่ง ซึ่งจะแสดงผลด้วยการเปลี่ยนสีที่มาตรวัดเรืองแสง

 

มี ECON Mode ช่วยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองโดยปรับการทำงานของเครื่องยนต์และระบบเกียร์ให้สัมพันธ์กัน เพื่อลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ทั้งยังช่วยปรับการทำงานของระบบปรับอากาศและการหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสารให้เหมาะสม ทำให้เครื่องยนต์ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT

 

เทคโนโลยีหลักของเครื่องยนต์  VTEC TURBO ที่ช่วยให้มีสมรรถนะดีและประหยัดน้ำมัน ได้แก่

เทคโนโลยีหัวฉีดไดเรคท์ อินเจคชั่น  จ่ายเชื้อเพลิงแบบฉีดตรงสู่กระบอกสูบ หรือห้องเผาไหม้ โดยการไหลของไอดีแบบตรงช่วยให้อากาศและเชื้อเพลิงผสมกันได้อย่างรวดเร็ว และยังช่วยเพิ่มแรงบิดในทุกช่วงการทำงานของรอบเครื่องยนต์  และช่วยประหยัดน้ำมันขึ้น โดยระบบนี้ ประกอบไปด้วยปั๊มแรงดันสูง และหัวฉีดแรงดันสูงแบบ multi hole คอยฉีดตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้แบบละอองฝอยที่ละเอียด โดยอากาศที่ส่งเข้ามาในห้องเผาไหม้ได้ผสมกับน้ำมันที่จ่ายมาอย่างทั่วถึง  นอกจากนี้ยังมีระบบการควบคุมการเปิด/ปิดวาล์วแบบคู่ (Dual Variable Timing Control) ที่แปรผันช่วงเวลาในการทำงานทั้งในส่วนของแคมชาฟต์ฝั่งไอดีและไอเสียได้อย่างอิสระ ทำหน้าที่ปรับการเปิดและปิดของวาล์วไอดีและวาล์วไอเสียให้สอดคล้องกับอัตราเร่ง เครื่องยนต์จึงทำงานอย่างมรีประสิทธิภาพ

 

ในส่วนของระบบ เทอร์โบ ชาร์จเจอร์ มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้า สำหรับในรุ่นเครื่องยนต์ VTEC TURBO โดยใช้เทอร์โบชาร์จเจอร์แบบเวสท์เกตไฟฟ้า และใบเทอร์ไบน์ที่มีขนาดเล็กและเบา ทำให้การปั่นของใบเทอร์ไบน์ ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการสนองของคันเร่งที่ดี และลดอาการ Turbo Lag รอรอบ หรือ การตอบสนองของคันเร่งที่ช้า

 

นอกจากนี้ยังมีร่น เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้การขับขี่ที่เร้าใจและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น โดยให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 ไว้เป็นอีกทางเลือก

 

เกียร์อัตโนมัติ CVT

 

ชุดส่งกำลัง

ซีวิค ใหม่ มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง หรือ CVT (Continuously Variable Transmission) ซึ่งพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ Earth Dreams Technology ที่โดดเด่นในเรื่องของความนุ่มนวล ตอบสนองอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม ชุดเกียร์มีระยะอัตราทดที่กว้างจึงช่วยลดรอบเครื่องยนต์เมื่อใช้ความเร็วสูง ภายในเกียร์ CVT ประกอบด้วยทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนพูลเลย์ ซึ่งสามารถปรับระยะอัตราทดได้กว้าง และพูลเลย์ทั้ง 2 ตัวนี้จะถูกเชื่อมด้วยสายพานที่ผลิตจากเหล็กคุณภาพสูง ด้านในของตัวพูลเลย์จะมีหน้าผิวสัมผัสที่เอียง ซึ่งตัวสายพานจะสัมผัสกับพื้นที่ตรงส่วนนี้และหมุนรอบอย่างต่อเนื่อง โดยที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางแปรผันกับการปรับระยะกางของพูลเลย์ ตามอัตราทดที่เหมาะสมระหว่างพูลเลย์ขับและพูลเลย์ตาม อัตราทดของเกียร์ CVT จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่จะอยู่ในช่วงของอัตราทดเกียร์ต้น และ อัตราทดเกียร์ปลายที่ถูกกำหนดเอาไว้

 

การกำหนดช่วงอัตราทดเกียร์สำคัญอย่างมากสำหรับเกียร์ CVT ซึ่งแตกต่างจากเกียร์อัตโนมัติแบบเดิมที่มีการกำหนดอัตราทดเกียร์ในแต่ละจังหวะเกียร์ไว้แล้ว นอกจากนี้ระบบเกียร์ CVT ของซีวิค ใหม่ จะปรับอัตราทดเกียร์จากจังหวะหนึ่งไปอีกจังหวะหนึ่งได้อย่างแม่นยำและราบรื่น เพราะมีระบบสมองกลคอมพิวเตอร์ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเกียร์เพื่อเลือกอัตราทดเกียร์ที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับสภาพการขับขี่ แตกต่างจากการเลือกอัตราทดเกียร์ของเกียร์อัตโนมัติทั่วไปที่ใช้การประมาณการณ์อัตราทดเกียร์ที่เหมาะสมกับสภาพการขับขี่

 

 

300 กิโลเมตร ในการขับทดสอบ

Honda Civic 2019 เทอร์โบ อาร์เอส ใหม่ นอกจากหน้าตาที่ดูโฉบเฉี่ยวและสปอร์ตมากขึ้นด้วยชุดแต่ง RS ก็คือฟีลลิ่งการขับ โดยเฉพาะ เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบ ที่ทำให้ผมประทับใจ โดยเฉพาะอัตราเร่่ง ที่โดดเด่นตั้แต่จังหวะออกตัว จังหวะเร่งแซง และในช่วงเร่งต่อเนื่องทำได้ไหลลื่นดีมาก มีการตัดต่อของเกียร์ที่นุ่มนวล ทำให่เราโฟกัสกับการขับขี่บนถนนได้อย่างสนุก และที่สำคัญตัวเลขอัตราสิ้นเปลือง จากาหรขับทดสอบในทริปนี้เราทำได้ถึง 16.5 ต่อลิตร แม้จะเป็นการขับนอกเมือง แต่การใช้ความเร็วจากการทดสอบที่หลากหลาย แล้วยังได้ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเท่านี้ก็จัดว่ามีอัตราสิ้นเปลืองที่ประหยัดโดดเด่นรุ่นหนึ่งในตลาด

 

Honda SENSING เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะจากฮอนด้า

 

Honda SENSING เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะจากฮอนด้า

ด้านระบบความปลอดภัย  Honda Civic 2019 เทอร์โบ อาร์เอส ใหม่ เป็นรุ่นแรกของซีวิค ที่จัดเต็มด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย ที่เรียกว่า Honda SENSING ซึ่งติดตั้งใน ฮอนด้า แอคอร์ดมาก่อน แต่ใน ซีวิค เทอร์โบ อาร์เอส เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดที่เพิ่งอัพเกรด เรียกได้ว่าระบบการทำงานต่าง ๆ นอกจากมีการทำงานที่แม่นยำจากกล้องบริเวณด้านบนของกระจกบานหน้า ก็ยังมีเรดาร์ตรวจจับบริเวณกันชนหน้าอีกหนึ่งจุด ซึ่งทั้ง 2 จะทำงานประสานกัน คอยตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน ช่วยแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถในสถานการณ์การขับขี่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

 

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน ได้แก่ ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System – CMBS) เป็นระบบที่ช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วของรถเมื่อมีรถคันข้างหน้า หรือคนเดินถนนอยู่ในระยะที่ไม่ปลอดภัย โดยระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง รวมถึงมีการสั่นเตือนของพวงมาลัยในกรณีที่มีรถสวนทาง ซึ่งหากผู้ขับขี่ยังไม่ตอบสนองหรือในกรณีที่อยู่ในระยะที่เสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกให้อัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ

 

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow – ACC with LSF) เป็นระบบช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ตามที่ผู้ขับขี่ตั้งค่าไว้ และระบบจะปรับความเร็วอัตโนมัติ โดยมีกล้องและเรดาร์ตรวจจับรถคันหน้า เพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างเหมาะสม และในการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ ระบบจะช่วยปรับความเร็วให้รถเคลื่อนที่ตามรถคันหน้า รวมถึงเบรกและหยุดตามรถคันหน้าอัตโนมัติ ระบบจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อผู้ขับขี่กดปุ่มที่พวงมาลัยหรือเหยียบคันเร่ง

 

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System – LKAS) กล้องด้านหน้าจะทำการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ และระบบจะช่วยเพิ่มแรงหน่วงของพวงมาลัย เพื่อช่วยผู้ขับขี่ให้ควบคุมรถอยู่ภายในช่องทางปกติรวมทั้งช่วยลดอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่จากการขับขี่

 

Honda SENSING เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะจากฮอนด้า

 

ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning – RDM with LDW) เป็นระบบที่ใช้กล้องด้านหน้าในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางจราจร หากพบว่ารถอยู่ในสภาวะเบี่ยงออกนอกช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอแสดงข้อมูลพร้อมการสั่นเตือนของพวงมาลัย และในกรณีที่รถเริ่มเบี่ยงออกนอกช่องทางมากยิ่งขึ้น ระบบจะช่วยหน่วงพวงมาลัยเพื่อให้รถกลับเข้าสู่ช่องทาง หากรถยังคงเบี่ยงออกนอกช่องทางอย่างไร้การควบคุมจนอาจเกิดอุบัติเหตุ ระบบเบรกจะทำงานเพื่อชะลอความเร็ว (ในกรณีเส้นแบ่งถนนเป็นเส้นทึบ) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่รถจะออกนอกช่องทางจราจร

 

ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam – AHB) เป็นระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติด้วยกล้อง โดยจะปรับเป็นไฟสูงเมื่อขับขี่ในที่มืด และจะปรับเป็นไฟต่ำเมื่อตรวจจับได้ว่ามีรถสวนทางหรือมีรถยนต์ด้านหน้า

 

Honda SENSING เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะจากฮอนด้า

 

เราให้ความสำคัญเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยมาก จึงทดสอบระบบการทำงาน ที่เรียกว่า Honda SENSING ตั้งแต่ออกจากกรุงเทพฯ  เริ่มจาการทดสอบระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้า เมื่อทำการเปิดระบบบนแป้นควบคุมบนพวงมาลัยทางฝั่งขวา ระบบก็จะทำการตรวจจับรถคันข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันนี้ สามารถวิ่งตามรถคันข้างหน้า ไปตามมความเร็วที่แปรผันต่าง ๆ ได้ตลอด และเมื่อเราไม่เลี้ยวตามหรือเปลี่ยนช่องจราจรตาม ระบบก็จะตัดการทำงานออกไป แต่ถ้าเราเลี้ยวตาม รถของเราก็จะทำการเปรผันตามความเร้ซของรถคันข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา

 

นอกจากนี้ยังปรับตั้งระยะการตรวจจับของเซ็นเซอร์ได้หลายระยะด้วยกัน  รวมถึงเมื่อรถคันข้างหน้าชะลอเบาเบรก หรือเบรกจนหยุด ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System – CMBS) ก็จะเข้ามาช่วยในการเบรกหยุดให้อัตโนมัติ โดยจะให้เวลาประมาณ 3 วินาทีถ้ารถคันข้างหน้าไม่เคลื่อนตัวออกไป ระบบก็จะตัดการทำงานชั่วคราว ซึ่งสังเกตได้จากจอแสดงผลตรงกลางเรือนไมล์ จะมีจุดไข่ปลาขึ้นมา ถ้าเลย 3 จุด หรือ 3 วินาที ระบบจะตัดการทำงานชั่วคราว ผู้ขับจำเป็นต้องแตะคันเร่ง อีกครั้งเมื่อรถออกตัว เซ็นเซอร์ก็จะทำการตรวจจับและระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน จะทำงานอีกครั้ง ซึ่งทำได้แม่นยำและรวดเร็ว สมกับเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด

 

ส่วนระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถและระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ ทำงานได้อย่างแม่นยำจนรู้สึกได้ถึงการหน่วงและการดึงกลับของพวงมาลัย รวมทั้งสัญญาณเตือนบนหน้าปัด นอกจากนี้ยังสามารถเปิด/ปิด ระบบ โดยเลือกให้ระบบใดระบบหนึ่งทำงาน หรือ ทำงานควบคู่กันไปทั้ง 2 ก็ได้

 

 

แชสซีส์

ฮอนด้า ซีวิค โฉมนี้ ออกแบบตัวรถบนพื้นฐานโครงสร้างตัวถังที่มีความแข็งแกร่ง น้ำหนักเบา เซ็ทช่วงล่างเป็นแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ ระบบช่วงล่างหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท แขนปีกนกล่างเชื่อมต่อเข้ากับซับเฟรมด้านหน้าและตัวถังผ่านทางบูชที่บรรจุของเหลวเอาไว้ภายในลดเสียงรบกวน และการสั่นสะเทือน รวมถึงความกระด้าง (NVH) ที่เกิดจากถนน ช่วงล่างหลังแบบมัลติลิงค์  แขนยึดเหล็กปั๊มขึ้นรูป เหล็กกันโคลง ปีกนกหลัง ขนาดใหญ่และยาวขึ้น เทรลลิงอาร์มจะถูกติดตั้งอยู่ที่โครงสร้างตัวถังผ่านทางบูชที่บรรจุของเหลวเอาไว้ภายใน  ติดตั้งพวงมาลัยเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า  ปรับอัตราทดเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมรถ

 

ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย

นอกเหนือจาก เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING แล้ว ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ยังติดตั้งระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ที่ช่วยลดจุดบอดในการมองเห็นของกระจกมองข้างด้านซ้าย โดยใช้กล้องจับภาพและแสดงผลผ่านหน้าจอขนาด 7 นิ้ว เพื่อการมองเห็นที่ไร้มุมอับ ให้ความปลอดภัยในทุกการขับขี่

 

ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) เพียงใช้นิ้วดึงสวิตช์ที่ติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลางเมื่อต้องการใช้เบรกมือ และระบบจะคลายเบรกโดยอัตโนมัติเมื่อเหยียบคันเร่ง (ระบบจะคลายเบรกในกรณีที่ผู้ขับขี่คาดเข็มขัดนิรภัยอยู่เท่านั้น)

 

ระบบ Brake Hold อัตโนมัติ (Auto Brake Hold) เมื่อกดปุ่มเปิดให้ระบบทำงาน ระบบจะทำการหน่วงเบรกต่อโดยอัตโนมัติ หลังจากเหยียบเบรกให้รถหยุดนิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนตัว โดยไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรกค้างไว้ และระบบจะคลายเบรกโดยอัตโนมัติเมื่อเหยียบคันเร่ง (ระบบจะคลายเบรกในกรณีที่ผู้ขับขี่คาดเข็มขัดนิรภัยอยู่เท่านั้น)

 

กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในจังหวะที่เกียร์ถูกเปลี่ยนมาอยู่ในตำแหน่งเกียร์ถอยหลังโดยสามารถเลือกดูมุมกล้องที่แตกต่างกันได้ ทั้งแบบ 130 องศา 180 องศา และมุมมองจากด้านบน

 

โครงสร้างตัวถังนิรภัย (G-Force Control: G-CON) ออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยให้กับตัวรถ รวมทั้งลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับรถคันอื่น ในกรณีที่เกิดการชนทางด้านหน้า โครงสร้างตัวถังแบบ G-CON จะช่วยกระจายแรงที่เกิดขึ้นจากการชนไปยังส่วนที่มีพื้นที่ที่กว้างกว่า ในขณะเดียวกันนั้นยังลดโอกาสของการโค้งงอ เนื่องจากชิ้นส่วนโครงสร้างจะช่วยดูดซับแรงกระแทกของรถคันอื่น

 

ถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ถุงลมด้านข้างคู่หน้า i-Side Airbag และม่านถุงลมด้านข้าง Side Curtain Airbags เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง ปรับระดับสูง-ต่ำได้ และเข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง

 

 

Honda Civic 2019 เทอร์โบ อาร์เอส ใหม่ ติดตั้งระะบบเบรกเป็นดิสก์เบรก ทั้ง 4 ล้อที่มาพร้อม ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) โดยระบบป้องกันล้อล็อกจะช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกในระหว่างที่มีการเบรกกะทันหัน เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถและหักพวงมาลัยหลบสิ่งกีดขวางที่อยู่ด้านหน้า ขณะที่ระบบกระจายแรงเบรกถูกควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ให้ความสมดุลกับน้ำหนักในการบรรทุกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก

 

ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ช่วยป้องกันการลื่นไถลออกทางด้านข้าง เพิ่มการยึดเกาะถนน และให้ความมั่นใจในระหว่างการขับ การเลี้ยว หรือการหยุด และให้การทรงตัวที่ดีของรถยนต์ในทุกทิศทาง

 

 

ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) เมื่อรถยนต์จอดอยู่บนทางลาดชัน ระบบจะทำหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้ตัวรถเคลื่อนที่ไปทางด้านหลังในจังหวะที่มีการปล่อยเท้าออกจากแป้นเบรก โดยการทำงานจะอาศัยหน้าที่ในระบบการทรงตัวเข้ามาควบคุมการรักษาแรงดันของน้ำมันเบรกเอาไว้ ทำให้รถสามารถหยุดนิ่งในตำแหน่งเดิมได้ประมาณ 1 วินาที ขณะที่มีการเคลื่อนย้ายเท้าจากเบรกมาที่คันเร่ง และช่วยให้การออกตัวมีความนุ่มนวลมากขึ้น สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) สัญญาณไฟฉุกเฉินจะทำงานเมื่อมีการเหยียบเบรกกะทันหัน เป็นการแจ้งเตือนรถที่ตามมาข้างหลัง มีระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor)

 

บทสรุป

Honda Civic 2019 เทอร์โบ อาร์เอส ใหม่ นอกจากชุดตกแต่งงภายนอกภายใน ที่โดดเด่นขึ้นแล้ว ยังมี เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 1.5 ลิตร ที่ตอบสนองการขับขี่ได้สนุก เร้าใจมากรุ่นหนึ่ง และยังให้ความประหยัด อย่างโดดเด่น อีกทั้งยังเพิ่มในส่วนของเทคโนโลยีความปลอดภัยที่เรียกว่า Honda SENSING ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดของ ฮอนด้า โดยมีระบบการเตือนต่าง ๆ ติดตั้งเข้ามามากมาย และเป็นครั้งแรกสำหรับ ฮอนด้า ซีวิค ด้วยแม้ว่าจะอยู่ในรุ่นท็อปสุดก็ตาม ซึ่งโดยภาพรวมทั้งหน้าตา สมรรถนะ และระบบความปลอดภัยนั้นจัดเต็มโดนใจแอดมินมาก

 

Honda Civic 2019 ใหม่  ราคา 

มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น

  • รุ่น TURBO RS ราคา 1,219,000 บาท
  • รุ่น TURBO ราคา 1,104,000 บาท
  • รุ่น 1.8 EL ราคา 964,000 บาท
  • รุ่น 1.8 E ราคา 874,000 บาท

 

1 thought on “ลอง ฮอนด้า ซีวิค เทอร์โบ อาร์เอส สีและระบบความปลอดภัย ใหม่

Comments are closed.