ลอง ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ มีอะไรเด็ดบ้าง?

ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ มีอะไรเด็ดบ้าง?
  • ภายนอก หรูหรา สมราคา
  • ภายใน โออ่า ทัศวิสัยดี
  • เครื่องยนต์ ตอบสนองดี ประหยัด
  • ระบบรองรับ นุ่มสบาย การบังคับควบคุมดี
  • ระบบความปลอดภัย เทคโนโลยีทันสมัย โดดเด่นกว่าคู่แข่ง
4.1

ทดสอบรถ : ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่

ฮอนด้า พาสื่อฯ ล่องใต้ ทดสอบสมรรถนะ แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ ลองขุมพลัง Sport Hybrid i-MMD และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING บนเส้นทาง กระบี่- พังงา ระยะทางกว่า 153 กิโลเมตร

 

ทดสอบรถ : ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ 1.

 

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เชิญ เว็ปไซต์คาร์อินเนอร์ ร่วมทดสอบสมรรถนะ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ ขุมพลังไฮบริด ที่ใช้ระบบ Sport Hybrid i-MMD ระบบ Full Hybrid ที่พัฒนาเพิ่มเพื่อให้มีสมรรถนะการขับขี่ ที่ทรงพลังและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดี อีกทั้งยังติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING พร้อมด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัยระดับพรีเมียม เหนือคู่แข่งในตลาด

 

ทดสอบรถ : ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ 2.

 

ก่อนเริ่มกิจกรรม เราได้รับฟังข้อมูลและรายละเอียดของการพัฒนารถยนต์ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ จาก มร. เท็ตซึยะ มิยาฮะระ หัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนา ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด ประเทศญี่ปุ่น

 

ทดสอบรถ : ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ 3.

 

ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ มาพร้อมดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียม โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสายเฉียบคม มิติตัวรถ ยาว 4,894 มม. กว้าง 1,862 มม. สูง 1,450 มม.ระยะฐานล้อ 2,830 มม. มีให้เลือก 2 รุ่นย่อยคือ รุ่น Hybrid ราคา 1,639,000 บาท และรุ่นท็อป Hybrid Tech ราคา 1,799,000 บาท โดยมีน้ำหนักตัวรถใน รุ่นท็อป Hybrid Tech อยู่ที่ 1,568 กิโลกรัม รุ่น Hybrid อยู่ที่ 1,552 กิโลกรัม เทียบกับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ ใน แอคคอร์ด ใหม่ รุ่นท็อป Hybrid Tech จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นราว 104 กิโลกรัม อีกทั้งยังมีการจัดวางตำแหน่งแบตเตอรี่ ใหม่ จากเดิมอยู่ในบริเวณห้องเก็บสัมภาระด้านท้าย ปัจจุบัย้ายไปอยู่ใต้เบาะนั่้งผู้โดยสาร โดยออกแบบให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลง อีก 30% มีสามารถจัดเก็บเซลแบตเตอรี่ได้ในปริมาณความจุเท่าเดิม คือ 1.3 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง

 

ทดสอบรถ : ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ 4.

 

แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ ดูหรูหรามากขึ้นด้วยการติดตั้ง ไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ที่โดดเด่น (Daytime Running Lights) กระจังหน้าสไตล์ใหม่ พร้อมด้วยไฟท้ายดีไซน์ใหม่แบบ LED เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลังและซันรูฟพร้อมระบบ One-Touch สำหรับในรุ่นท็อป แนวหลังคาไร้รอยต่อด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมหลังคาด้วยระบบ เลเซอร์ เบรช ติดตั้งเสาอากาศครีบฉลาม และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 18 นิ้ว พร้อมกับยางขนาด 235/45R18

 

ทดสอบรถ : ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ 5.

 

ห้องโดยสารดูกว้างขวาง ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลายของลูกค้าด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัย อาทิ ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-Up Display: HUD) มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่ม รับ-วางสายโทรศัพท์ รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) และช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านหลัง 2 ตำแหน่ง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้มีการย้ายตำแหน่งของ IPU จากห้องสัมภาระด้านท้ายไปยังใต้เบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหลัง ส่งผลให้ห้องโดยสารและพื้นที่สัมภาระท้ายมีความกว้างขวางเทียบเท่ากับในรุ่นเทอร์โบ

 

ทดสอบรถ : ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ 6.

 

ช่วงขับทดสอบ ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ จากอำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ มุ่งหน้าอำเภอทับปุด จังหวัดพังงา เราได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลังของ ระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ซึ่งเป็นการทำงานของเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2 ตัว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215 แรงม้า จึงมีอัตราเร่งที่ดี โดยเฉพาะในช่วงของการเร่งออกตัวและช่วงของการเร่งแซงที่ความเร็วต่ำ จะเห็นได้ชัดมาก รถรุ่นนี้ยังมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ดี 24.4 กิโลเมตร/ลิตร (ตัวเลขเคลมจากบริษัทผู้ผลิต) มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์เพียง 97 กรัม/กิโลเมตร ซึ่งเป็นระบบ Full Hybrid ที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่ารุ่นที่ผ่านมา

 

ทดสอบรถ : ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ 7.

 

แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ มีโหมดการขับขี่ให้เหมาะสมกับทุกรูปแบบการขับขี่ ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า(EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด(Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตเร้าใจและความสนุกสนานในการขับขี่ได้อย่างง่ายดายเพียงกดปุ่ม Sport Mode บริเวณคันเกียร์ ทั้งนี้ ผู้ขับขี่สามารถกดสวิตช์ควบคุมโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Mode) เพื่อเข้าสู่โหมดการขับขี่ที่ใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน โดยจะมีสัญลักษณ์ EV สีเขียวปรากฏขึ้นบนแผงหน้าปัด

 

ทดสอบรถ : ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ 8.

 

ระบบรองรับ ด้านหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นมัลติลิงค์ อิสระพร้อมเหล้กกันโคลง เปลี่ยนโครงสร้างของระบบรองรับใหม่ จากเดิมเป็นช่วงล่างรูปตัว A เป็นรูปตัว L รวมทั้งพวงมาลัยไฟฟ้าได้รับการพัฒนาใหม่ ช่วยให้ฮอนด้าแอคคอร์ ด มีความนุ่มนวลในการขับขี่และยังยึดเกาะถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พวงมาลัยไฟฟ้าได้รับการจูนให้มีความแม่นยำขึ้นมาก ตอบสนองฉับไวจนรู้สึกได้ นอกจากนี้การฉีดสเปย์โฟม เข้าไปในจุดต่าง ๆ รอบคันมากถึง 10 จุด เพื่อช่วยซับเสียงรบกวน ทำให้ห้องโดยสารมีความเงียบบมากขึ้น อีกทั้งยังติดตั้งไมโครโฟน แอคทีฟนอยส์ ที่จะคอยปล่อยเสียงความถี่ต่ำออกมาเพื่อหักล้านกับความถี่ของเสียงรบกวน ทำให้หเองโดยสารมีความเงียบมากยิ่งขึ้น

 

ทดสอบรถ : ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ 9.

 

นอกจากนี้เรรายังได้ทดลองใช้งาน เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING บนเส้นทางการทดสอบ เพื่อความปลอดภัยในทุกการขับขี่ ได้แก่ ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) และ ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW) ซึ่งฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ ได้มีการเพิ่มเติมระบบความปลอดภัยจากเจเนอเรชันก่อนหน้าได้แก่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ(Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัยระดับพรีเมียม ได้แก่ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System – MVCS) และระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM) พร้อมการทดสอบระบบช่วยจอดอัจฉริยะพร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System) ผ่านการจำลองสถานการณ์เพื่อการใช้งานจริงอีกด้วย

 

ทดสอบรถ : ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ 10.

บทสรุป

หลังจากได้ ลอง แอคคอร์ด รุ่น เครื่องยนต์ไฮบริดแล้วพบว่านอกจากการอกแบบที่ดูสวยงาม ทันสมัยสะดุดตาแล้ว เทคโนโลยี ความปลอดภัย ที่ผมเรียกว่าจัดเต็มชุดใหญ่ สำหรับ ฮอนด้า แอคคอร์ด ในรุ่น ไฮบริด เทค และ ไฮบริด ที่เรียกว่า Honda SENSING นั้น ทันสมัยตอบโจทย์โดนใจสำหรับผู้บริหารยุคนี้ ที่ต้องการความปลอดภัยในการขับบนท้องถนนที่มากขึ้น ยิ่งกว่านั้นสำหรับรุ่นท็อปยังมีระบบช่วยจอดอัจฉริยะพร้อมระบบช่วยเบรกมาให้ เรียกได้ว่าครบเครื่องและทันสมัยมาก ๆ สำหรับซีดานขนาดใหญ่ ในระดับ ดี-เซกเมนท์ ยิ่งได้ช่วงล่างที่นุ่มสบาย ก็น่าจะโดนใจสำหรับลูกค้าในกลุ่มนี้มากยิ่้งขึ้น สำหรับผมถูกใจรุ่นรองท็อป HYBRID 1,639,000 บาท มี Honda SENSING ซึ่งหลัก ๆ จะไม่มีระบบช่วยจอดและกระจกซันรูฟ แต่ก็เพียงพอแล้ว

 

ทดสอบรถ : ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ 11.

 

ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ ขาวแพลทินัม (มุก) ดำคริสตัล (มุก) เงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) พร้อมสีภายในห้องโดยสาร 3 สี ได้แก่ น้ำตาล (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH) ไอเวอรี่เบจ และสีดำ ซึ่งขึ้นอยู่กับสีภายนอก สามารถทดลองขับเพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ www.honda.co.th/accord

 

ทดสอบรถ : ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด ใหม่ 12.

ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่

  • HYBRID ราคา 1,639,000 บาท
  • HYBRID TECH ราคา 1,799,000 บาท

 

Facebook Comments