ลอง ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ (Subaru Forester) รุ่นประกอบในประเทศ

  • ภายนอก : ปรับโฉมดุดัน ดูดันสมัยมากขึ้น
  • ภายนอก : สปอร์ตพรีเมียม ออฟชั่นเยอะ
  • ขุมพลัง : พัฒนาเพิ่ม ตอบสนองดี ประหยัด
  • การบังคับควบคุม : เด่น ไม่เป็นรองใคร
4

ทดสอบรถ :

ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) เชิญแอดมิน ร่วมทดลองขับ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ (Subaru Forester) ซึ่งรุ่นนี้ผลิตขึ้นที่โรงงานในประเทศไทย โดยใช้มาตรฐานการผลิตเดียวกับญี่ปุ่น ซึ่งรถยนต์ซูบารุที่ผลิตในโรงงานที่ประเทศไทย ยังคงไว้ซึ่ง 4 เทคโนโลยีหลัก ประกอบด้วย ซูบารุ โกลบอล แพลทฟอร์ม (Subaru Global Platform), ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive), เครื่องยนต์แบบ Boxer และสุดยอดเทคโนโลยี EyeSight ดิ ออล นิว ฟอเรสเตอร์ (The All-New Forester 2019) มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีประสิทธิภาพที่เหนือชั้นทั้งภายในและภายนอก เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะความสะดวกสบาย และความปลอดภัยสูงสุด โดย ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ มีให้เลือก 3 รุ่น ประกอบด้วย 2.0 i-S EyeSight, 2.0 i-S และ 2.0 i-L

 

ลอง ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ (Subaru Forester) รุ่นประกอบในประเทศ

 

รูปร่างหน้าตาภายนอก ได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูดุดันและสปอร์ตขึ้นกว่าเดิม ไฟหน้า Projector Lens แบบ LED ระบบไฟหน้า ปรับตามทิศทางการเลี้ยว ไฟ Daytime Running Light แบบ LED ไฟหน้า ปรับระดับสูง-ต่ำ อัตโนมัติ มีระบบเปิด-ปิด ไฟหน้า แบบอัตโนมัติ พร้อมฉีดน้ำล้างไฟหน้า Headlamp Washer ติดตั้งไฟตัดหมอกหลังเพื่อเพิ่มความปลอดภัย กระจกมองข้าง มาพร้อมระบบไล่ฝ้า ด้านบนหลังคา ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของเอสยูวี ชัดเจน ด้วยการติดตั้ง ราวหลังคา เพิ่มความสปอร์ตด้วย สปอยเลอร์หลังคาและเสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin) ส่วนล้ออัลลอยเป็นลายก้านขนาด ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง บริดสโตน ดูลเลอร์ ขนาด 225/55 R18 สำหรับ รุ่น 2.0i-S / 2.0i-S ES และ ขนาด 225/60R17 ในรุ่น 2.0i-L

 

ลอง ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ (Subaru Forester) รุ่นประกอบในประเทศ

 

ห้องโดยสาร พัฒนาให้ดูสมกับเป็นเอสยูวีที่มีความสปอร์ตและทันยุคทันสมัยมากขึ้น วัสดุที่ใช้สมราคาค่าตัว มาตรวัดความเร็วและวัดรอบเครื่องยนต์ดูชัดเจน อ่านง่าย มาพร้อมกับหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID แป้นคันเร่ง เบรกและที่วางเท้าทำจากอลูมิเนียม สไตล์ STI ดูสปอร์ต หัวเกียร์หุ้มหนัง สามารถเลือกการใช้งานทั้งโหมด D หรือ M ได้ มีแป้น Paddle Shift บนพวงมาลัย ที่ปรับเปลี่ยนการทำงานของเกียร์ได้อย่างสนุก พวงมาลัยดูสปอร์ต พรีเมียม แบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถปรับได้ 4 ทิศทาง (ขึ้น-ลง-เข้า-ออก) ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระ ซ้าย-ขวา Dual Zone

 

ลอง ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ (Subaru Forester) รุ่นประกอบในประเทศ

 

ภายในโออ่า เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง สีดำ เบาะคนขับปรับด้วยไฟฟ้า เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยไฟฟ้า ที่นั่งด้านหลังดูโออ่ากว้างขวาง ปรับเอนได้และสามารถแยกพับอิสระ 60/40 มีพื้นที่วางขาและพื้นที่ส่วนหัวหรือบริเวณศีรษะ มีมากพอ ติดตั้งช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมใช่องชาร์จไฟแบบ ยูเอสบี พอดถึง 2 ช่อง ส่วนระบบเครื่องเสียง ติดตั้งจอเครื่องเสียง ขนาด 8.0 นิ้ว ดูใหญ่เต็มตา มาพร้อมกับระบบนำทางจีพีเอสที่เรียกว่า Navigation System มีระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ แบบไร้สาย Bluetooth และช่องเชื่อมต่อ AUX / USB ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry และยังมีระบบเข้าสู่รถด้วยรหัส PIN ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัย ที่สามารถเปิดรถผ่านรหัสส่วนตัวของเราเอง มีระบบเปิด-ปิดฝาท้าย ด้วยระบบไฟฟ้า รวมถึงปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ แบบ Push Start

 

ลอง ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ (Subaru Forester) รุ่นประกอบในประเทศ

 

ขุมพลังและการปรับเซ็ทของเครื่องยนต์ บ๊อกเซอร์ รหัส FB20  แบบ 4 สูบนอนยัน DOHC 16 วาล์ว ไดเร็กอินเจ็คชั่น ปริมาตรกระบอกสูบ 1,995 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 196 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับชุดส่งกำลังแบบ ระบบส่งกำลังยังใช้ เกียร์อัตโนมัติแบบ Lineartronic – continuously variable transmission CVT 7 จังหวะ ที่มีอัตราทดแปรผัน ติดตั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ Symmetrical Full-Time All-Wheel Drive แบบสมมาตร พร้อมฟังค์ชั่น X-MODE

 

ลอง ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ (Subaru Forester) รุ่นประกอบในประเทศ

 

เดิมที เครื่องยนต์สูบนอน เมื่อยกเทอร์โบออกไป สิ่งที่ติดในหัวผมตั้งแต่แรกคือ การตอบสนองน่าจะขาดรสชาติและความสนุกสนานในการขับแน่นอน จากเจเนอร์เรชั่นแรก ๆ ที่ทำมาก็ไม่ได้เปลี่ยนความคิดผมออกไป เพราะการตอบสนองยังคงดูเชื่องช้าและขาดความน่าตื่นตาอย่างมาก จนผมเองก็ยังรู้สึกว่าเครื่องสูบนอนบล็อคนี้ คงจะไปต่อไม่ได้แล้ว

 

 

แต่!! พอได้มาขับรุ่นประกอบในประเทศคันนี้ กลับรู้สึกประหลาดใจกับอารมณ์การตอบสนองที่เปลี่ยนไปมาก เมื่อมาดูที่สเป็คก็พบว่ามีการ พัฒนาต่อยอดขึ้นไปอีก ทั้งระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบ ไดเร็คอินเจ็คชั่น ที่เพิ่มแรงม้าและประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิง รวมถึงการติดตั้งระบบวาล์วแปรผันทั้งสองฝั่ง (ฝั่งไอดีและฝั่งไอเสีย) ช่วยเค้นกำลังเพิ่มประสิทธิภาพ ออกมาตั้งแต่รอบต่ำไปจนถึงรอบสูงสุด ระบบวาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดีและไอเสีย คอยควบคุมการทำงานของวาล์วไอดีโดยควบคุมระยะและช่วงเวลาของการเปิด-ปิดวาล์วไอดี ให้เหมาะสมสัมพันธ์กับการทำงานของรอบเครื่องยนต์ ตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำ และเมื่อใช้รอบเครื่องยนต์สูง ระบบจะบังคับให้วาล์วไอดีทั้ง 2 ตัว เปิดในระยะที่กว้างขึ้น และในช่วงเวลาที่มากขึ้น เพื่อทำให้อากาศที่ไหลเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้มากขึ้น เพียงพอกับการใช้รอบเครื่องยนต์ในรอบสูง Double Continuous Variable Cam Phasing

 

 

สิ่งหนึ่งที่สร้างความประทับใจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ฟอเรสเตอร์ รุ่นที่แล้วคือ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ X-Mode ที่โดดเด่นบริเวณคอนโซลเกียร์ มีฟังก์ชั่นแยกย่อนให้สามารถปรับการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เหมาะสมกับสภาพถนนมากยิ่งขึ้น ยามค่ำคืนยังมีไฟโชว์แบบเรืองแสงสีแดงอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสวิตช์เบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมฟังก์ชั่น Auto Hold ที่ให้ความสะดวกสบายในช่วงรถติด

 

 

เครื่องยนต์มีการตอบสนองดีทุกความเร็วรอบ เครื่องยนต์ที่วางได้ต่ำมากกว่าเครื่องยนต์สูบเรียงช่วยลดค่า CG ทำให้การทรงตัวในโค้งมีความเสถียรมากกว่า ลดอาการโคลงตัวที่ทำให้ควบคุมและนั่งขับได้อย่างสบายเนื้อสบายตัว ระบบส่งกำลังยังใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ Lineartronic – continuously variable transmission CVT อัตราทดแปรผัน ที่ติดตั้งระบบล็อกอัพ ให้ชิฟเกียร์เองได้ เกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ใช้สายพานแบบโซ่ นอกจากแข็งแกร่ง ยังรู้สึกถึงการถ่ายทอดกำลังได้ดีและต่อเนื่องกว่าเกียร์ CVT ที่ใช้สายพานทั่วไปชัดเจนมาก จังหวะเร่งก็ดันต่อเนื่อง จังหวะยกคันเร่งรอบก็ค่อยๆ ตกอย่างช้าๆ ทำให้การขับขี่ ดูต่อเนื่อง ให้อารมร์การขับและตอบสนองได้ดีอยู่ตลอด

 

 

ตัวเลขด้านสมรรถนะเราจะยังไม่ได้ทำการทดสอบด้วยเครื่องมือ PERFORMANCE-BOX ของเรา มีเพียงตัวเลข เคลมจากบริษัทผู้ผลิต ที่แจ้งว่า Subaru Forester 2.0i-S ใหม่คันนี้ ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 10.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 192 กม./ชม.

 

 

นอกจากนี้ ฟอเรสเตอร์ ใหม่ยังใช้แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดที่เรียกว่า Subaru Global Platform เพิ่มความแข็งแกร่งและความปลอดภัยของตัวรถ ช่วยให้รถมีน้ำหนักเบาขึ้นกว่าเดิม ส่งผลดีด้านสมรรถนะอัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลืองที่ประหยัดขึ้น รวมถึงการบังคับควบคุม แม้ว่าระบบรองรับของ ฟอร์เรสเตอร์ ใหม่ จะใช้ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท มาพร้อมกับเหล็กกันโคลง สปริงและโช้คอัพ ด้านหลังแบบดับเบิ้ลวิชโบน มีเหล็กกันโคลง สปริงและโช้คอัพ จุดยึดต่าง ๆ ถูกปรับตั้งค่าใหม่หมด

 

ลอง ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ (Subaru Forester) รุ่นประกอบในประเทศ

 

ในช่วงของการทดสอบ จึงพบว่าการบังคับควบคุมดูโดดเด่นขึ้นกว่า พวงมาลัยมีความคล่องตัวและแม่นยำมากขึ้น ในขณะที่ช่วงล่างยังให้ความนุ่มสบายในสไตล์รถครอบครัว และจูนช่วงล่างให้ทำงานสัมพันธ์กันกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ รู้สึกถึงการทำงานอย่างผสมผสานและกลมกลืนขชึ้น โดยเฉพาะในช่วงฝนตกถนนลื่น ในทางโค้ง ก็ยังมั่นใจเรื่องของการบังคับควบคุมได้ดี ด้วยระบบกระจายแรงบิด (Active torque vectoring) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมยานพาหนะได้อย่างมั่นใจเมื่อเข้าโค้ง และยังติดตั้งระบบห้ามล้อแบบจานเบรก หรือ ดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ มีระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) รวมถึงระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้ง Active Torque Vectoring, BA, Brake Override, VDC, Emergency Stop Signal ด้วย

 

ลอง ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ (Subaru Forester) รุ่นประกอบในประเทศ

 

โดยสรุป พูดได้เต็มปากเลยว่า ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ใหม่ เป็นรถที่โดดเด่นขึ้นมาก รุ่นท็อปสุด 2.0 i-S EyeSight ให้ระบบความปลอดภัยที่ทันสมัยมาครบ มี ระบบช่วยในการขับขี่ EyeSight ที่ประกอบไปด้วย ระบบเบรกอัตโนมัติก่อนการชน ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน ระบบปรับความเร็วรถอัตโนมัติ ระบบเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่ ระบบเตือนเมื่อรถออกจากเลนและเมื่อรถส่าย เรียกว่าจัดเต็มจริง ๆ โดยเฉพาะเม่อมาประกอบในประเทศ ราคาถูกลง แถมได้ออฟชั่นจัดเต็มกับแพลตฟอร์มใหม่ อีกด้วยเรียกได้ว่าสมกับเป็นมวยรองที่ โดดเด่น ทั้งหน้าตา การบังคับควบคุม ระบบความปลอดภัย และการตอบสนองการขับขี่ แม้ว่าชื่อชั้นในตลาดบ้านเราจะเป็นรอง แต่เรื่องสมรรถนะและออฟชั่นที่ให้มา ท้าชนได้ทุกแบรนด์แน่นอน

 

ราคาของ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ รุ่นประกอบในประเทศ

ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ 2.0 i-L AWD 1,330,000 บาท
ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ 2.0 i-S AWD 1,380,000 บาท
ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ 2.0 i-S Eyesight AWD 1,450,000 บาท

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-725-1888 หรือชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.subaru.asia/th

Facebook Comments